posttoday
เปิดสำนวนถอดถอน "ปู" จำนำข้าวเจ๊ง 3 แสนล้าน

เปิดสำนวนถอดถอน "ปู" จำนำข้าวเจ๊ง 3 แสนล้าน

12 พฤศจิกายน 2557

สำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงการถอดถอน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คดีจำนำข้าว

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้นำเอกสารสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงการถอดถอน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีพฤติการณ์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย กรณีละเลยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวของรัฐบาล มาให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดย นัดพิจารณาในวันที่ 28 พ.ย. มีสาระสำคัญ ดังนี้

ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 7 เสียง ว่า ยิ่งลักษณ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล มีอำนาจหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินร่วมกับรัฐมนตรีอื่นตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา และต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อรัฐสภาในนโยบายโดย ทั่วไปของคณะรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 178 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 11

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2554 ผู้ถูกกล่าวหา (ยิ่งลักษณ์) ได้แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาว่า ในระยะเร่งด่วนที่จะเริ่มดำเนินการในปีแรกข้อ 1.3 ว่าจะป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐอย่างจริงจัง และ ข้อ 1.11 นำระบบจำนำสินค้าเกษตรมาใช้ในการสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้แก่เกษตรกร เริ่มต้นจากการรับจำนำข้าวเปลือกเจ้าและข้าวเปลือกหอมมะลิ ความชื้นไม่เกิน 15% ที่เกวียนละ 1.5 หมื่นบาท และ 2 หมื่นบาท ตามลำดับ

สำนักงาน ป.ป.ช. ได้มีหนังสือแจ้งไปยังผู้ถูกกล่าวหาเพื่อให้พิจารณาถึงสองครั้ง คือ ครั้งแรก ลงวันที่ 7 ต.ค. 2554 ยืนยันข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการแก้ไขปัญหาการทุจริตจากการแทรกแซงตลาดข้าวของรัฐบาลด้วยวิธีการรับจำนำ และครั้งที่สอง ลงวันที่ 30 เม.ย. 2555 ส่งข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตกรณีการดำเนินการรับจำนำข้าวเปลือก

อีกทั้งคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการ รับจำนำข้าวเปลือกตามนโยบายของรัฐบาลที่ คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติได้ตั้งขึ้น ได้รายงานผลการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล และแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติทราบครั้งที่ 1 ว่าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปี 2554/2555 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 พ.ค. 2555 มีผลขาดทุนเบื้องต้น 32,301 ล้านบาท

แจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบครั้งที่ 2 ว่าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปี 2554/2555 โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 2555 และโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 2555/2556 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ม.ค. 2556 มีผลขาดทุนสะสม 220,968.78 ล้านบาท และแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบครั้งที่ 3 ว่าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปี 2554/2555 โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 2555 และโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 2555/2556 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 พ.ค. 2556 มีผลขาดทุนสะสม 332,372.32 ล้านบาท ซึ่งแม้ผู้ถูกกล่าวหาจะได้รับทราบข้อเท็จจริงทั้งสามครั้งดังกล่าว แต่ก็ยังคงดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในฤดูกาลผลิตต่อมา

สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้มีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล ถึงผู้ถูกกล่าวหาสรุปได้ว่า การดำเนินโครงการมีจุดอ่อนหรือความเสี่ยงในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การขึ้นทะเบียนเกษตรกรจนถึงการระบายข้าว ซึ่งเป็นช่องทางนำไปสู่การสวมสิทธิการจำนำและการทุจริตในโครงการ รวมทั้งการดำเนินโครงการเกิดผลกระทบสร้างความเสียหายต่อเงินงบประมาณแผ่นดินและการทุจริตในโครงการ แต่ผู้ถูกกล่าวหากลับยืนยันที่จะดำเนินโครงการ รับจำนำข้าวจากชาวนาต่อไป ทำให้เกิดความ เสียหายแก่ทางราชการมากขึ้นไปเรื่อยๆ

แม้ในขั้นนี้พยานหลักฐานยังไม่ปรากฏชัดเจนว่า ผู้ถูกกล่าวหามีส่วนร่วมในการทุจริตหรือ สมยอมให้เกิดการทุจริตด้วยก็ตาม แต่การที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่บริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา โดยยุติหรือยกเลิกโครงการเพื่อระงับยับยั้งมิให้เกิดการทุจริต และมิให้เกิดความเสียหายจากการดำเนินโครงการมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นสภาพความเสียหายที่เกิดจากโครงการรับจำนำข้าวที่ร้ายแรงที่สุดของประเทศ ทั้งที่ผู้ถูกกล่าวหามีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 11 (1) ที่จะยับยั้งโครงการ รับจำนำข้าวและระบายข้าวได้

พฤติการณ์ของยิ่งลักษณ์ตามที่กล่าวข้างต้น จึงมีมูลความผิดฐานส่อว่าจงใช้อำนาจหน้าที่ขัด ต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 178 และส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 11 (1) อันเป็นมูลเหตุให้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 270 ประกอบ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 58 ให้ส่งรายงานและเอกสารที่มีอยู่พร้อมทั้งความเห็นไปยังประธานวุฒิสภา เพื่อดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 273 ต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท