posttoday
ปราบทุจริตด้วยจิต ‘พอเพียง’

ปราบทุจริตด้วยจิต ‘พอเพียง’

12 พฤศจิกายน 2557

“เราจะทำให้ประเทศชาติหลุดพ้นจากการทุจริตผิดกฎหมาย คอร์รัปชั่นต่างๆ ให้ได้โดยเร็วที่สุด”

“เราจะทำให้ประเทศชาติหลุดพ้นจากการทุจริตผิดกฎหมาย คอร์รัปชั่นต่างๆ ให้ได้โดยเร็วที่สุด”

ถ้อยคำนี้เป็น “เจตนารมณ์ทางการเมือง” (Political Will) ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2557 ในงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่นขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) หรือ “ACT” (Anti-Corruption Organization of Thailand)

เจตนารมณ์ทางการเมืองนี้ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งของการปราบการคอร์รัปชั่นที่บั่นทอนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชาติ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการทุจริตของข้าราชการมาโดยตลอด องค์ที่สำคัญมาก คือ พระราชดำรัสที่พระราชทานแก่คณะผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการในโอกาสเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2546 ความว่า

“...ภายในเวลา 10 ปี เมืองไทยน่าจะเจริญ ข้อสำคัญ คือ ต้องหยุดการทุจริตให้สำเร็จและไม่ทุจริตเสียเอง...”

กาลเวลาผ่านไป 10 ปีเศษ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันต้องกล่าวถ้อยคำที่เป็นเจตนารมณ์ซ้ำซาก และประเทศไทยก็ไม่เจริญเสียที แม้จะมีการรัฐประหารเพื่อปฏิรูปประเทศมา 2 ครั้งก็ตาม

เมื่อเดือน มิ.ย. 2557 หลังรัฐประหารมาเพียง 1 เดือน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีประกาศฉบับที่ 69 เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขการทุจริตและประพฤติมิชอบ มีสาระสำคัญคือ

“ให้ทุกภาคส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ กำหนดมาตรการหรือแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบในส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐโดยมุ่งเน้นการสร้างธรรมา
ภิบาลในการบริหารงาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการตรวจสอบ เฝ้าระวัง เพื่อสกัดกั้นมิให้เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบได้”

4 เดือนผ่านไป ข่าวการทุจริตประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) แถลงนั้น ปรากฏว่าหน่วยงาน “แชมป์ 5 อันดับแรก” ของการเรียกรับสินบนคงเดิม

ต้องยอมรับว่า “คอร์รัปชั่น” เป็นโรคระบาดที่ร้ายแรง จนเป็น “วัฒนธรรม” ของส่วนราชการต่างจังหวัด โดยอ้างว่าต้องมีเงินบริหารพิเศษเพื่อรับรองบุคคลที่มาเยี่ยมเยือน ทั้งที่มาราชการและส่วนตัว

บางครั้งนโยบายหรือการสั่งการของหน่วยเหนือได้สร้างปัญหาค่าใช้จ่ายให้กับหน่วยรอง ทำให้มีคำถามว่า ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะมาจากไหน ถ้าไม่ขอความร่วมมือจากภาคเอกชนหรือคู่สัญญาของรัฐ

ด้วยเหตุนี้ จึงมีการเรียกรับเงินของส่วนราชการ เพื่อใช้ในการรับรองและค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้จากงบประมาณ ถ้าพิจารณาในแง่กฎหมายแล้วเป็นการประพฤติ “มิชอบ” ด้วยการเรียกรับ “สินบน”

เมื่อพูดถึง “ประพฤติมิชอบ” นักการเมืองที่เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหลายคนไม่ค่อยให้ความสนใจและมักพูดว่า “กฎหมายไม่ได้ห้าม” แต่เมื่อดูในประมวลกฎหมายอาญาได้ให้นิยามว่า

“ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ คำสั่งผู้บังคับบัญชา มติคณะรัฐมนตรี แบบธรรมเนียมของทางราชการ หรือตามทำนองคลองธรรม” ซึ่งหมายถึง ไม่เป็นไปตามที่ถูกที่ควร ทำให้ฐานความผิดนี้ มีความหมายกว้างมาก จึงมีการกระทำผิดกันอย่างดาษดื่น ทั้งรู้และไม่รู้ว่า “ผิด” เมื่อมีการหาเงินเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติราชการได้ สิ่งที่ตามมา คือ การเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง

แม้อยู่ในช่วงสถานการณ์พิเศษเช่นในขณะนี้ ก็ยังมีการกระทำจนเป็นเรื่องปกติ โดยอ้างว่า “ใครๆ เขาก็ทำกัน” และไม่มีการลงโทษกันอย่างจริงจัง

“ซุนหวู” เตือนว่า “ความโลภ” เป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นอันตรายของแม่ทัพ

เรื่องนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงให้ข้อคิดว่า โลกจะยุ่งยากหากคนในสังคมหลงใหลอยู่ใน “กิน กาม เกียรติ” และเป็นสาเหตุของการต่อสู้ แย่งชิง ตำแหน่งและอำนาจวาสนากัน จนทำให้เกิดปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบอย่างที่เห็นเชิงประจักษ์ในปัจจุบัน

แนวทางการแก้ไขความโลภในจิตใจมนุษย์นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ตั้งแต่ปี 2527 ซึ่งมี “3 หลักการ 2 เงื่อนไข” ได้แก่ “พอประมาณ มีเหตุมีผล มีภูมิคุ้มกัน” ภายใต้เงื่อนไข “ความรู้ควบคู่คุณธรรม” ที่หมายถึง “ซื่อสัตย์สุจริต อดทน อดกลั้น อดออม”

แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ต่างประเทศได้นำไปสอนคนในชาติ โดยเฉพาะประเทศภูฏานที่นำไปปลูกฝังให้กับประชาชนและยกย่องว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราเป็นปราชญ์ของประเทศสื่อมวลชนต่างประเทศได้เสนอความเห็นว่า

“พระองค์แสดงให้เห็นจากแนวคิดนี้ว่า บ่อเกิดของการคอร์รัปชั่นส่วนมากมาจากความโลภของบุคคลในองค์กร” พร้อมกับยกย่องพระองค์ว่า “เป็นผู้นำที่มีชีวิตเรียบร้อยเหมาะสมกับฐานะความเป็นอยู่
ซึ่งจะเป็นหนทางในการป้องกันคอร์รัปชั่น”

มาถึงวันนี้ คณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 5 ธันวาคม 2557 กำลังกำหนดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติอยู่ น่าจะพิจารณาจัดทำกิจกรรม ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทด้วยจิตพอเพียง เพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการ โดยเริ่มรณรงค์ให้หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีลงไป น้อมนำ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มาใช้เป็นวิถีชีวิต และขยายผลไปสู่เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคน ทุกระดับ

โครงการนี้ต้องเป็นกิจกรรมต่อเนื่องเช่นเดียวกับ “แผนความซื่อตรงแห่งชาติ” ของมาเลเซีย ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2003 จนถึงปัจจุบัน โดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการบริหารโครงการด้วยตนเอง มีรัฐมนตรีรับผิดชอบโดยเฉพาะ และมีสถาบันให้ความรู้ กำกับดูแลการบริหารโครงการ ให้เกิดประสิทธิผล

ผลผลิตของแผนความซื่อตรงของมาเลเซียได้สร้างจิตสำนึกของบุคลากรในหน่วยงานของรัฐ จนนำไปกำหนดนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นของตนเอง เช่น บริษัท ปิโตรนาส กำหนด “No Gift Policy” ไม่มีการรับของขวัญทุกชนิด ซึ่งเป็นการลดความโลภของพนักงาน และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นของบริษัทคู่สัญญา ทำให้มีเม็ดเงินมาสร้างงานให้รัฐอย่างครบถ้วนตามงบประมาณ

ต้องไม่ลืมว่า เงินตราไม่ได้เปลี่ยนแปลงคน เพียงแต่มันกระชากหน้ากากในคราบ “คนดี” ออกมาเท่านั้น เมื่อหน้ากากหลุด ก็จะเห็น “หัวใจ” ที่เต็มไปด้วยความโลภซ่อนอยู่ภายใน

ด้วยเหตุนี้ จึงเห็นคนที่ “เคยดี” ต้องมาเสียคนเมื่อมีอำนาจรัฐในมือ เผลอไผลใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ซึ่งเป็นต้นตอของการทุจริตประพฤติมิชอบที่เกิดขึ้นอย่างที่เห็น
คติโบราณสอนให้พวกเรารู้เป็นสัจธรรมว่า “เมื่อหัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก”

ดังนั้น เมื่อบุคคลชั้นนำของประเทศมีวิถีชีวิตอย่างพอเพียง ก็จะ “ไม่ทุจริตเสียเอง” และจะสามารถควบคุมกำกับดูแลไม่ให้เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบในองค์กรที่ตนรับผิดชอบ รวมถึงเป็นแบบอย่างให้กับสาธารณชนที่มาจากภาคการเมืองซึ่งเข้ามาร่วมใช้อำนาจรัฐด้วยกัน

หากเป็นเช่นนี้ “ประเทศชาติจะหลุดพ้นจากการทุจริตผิดกฎหมาย คอร์รัปชั่นต่างๆ ให้ได้โดยเร็วที่สุด” ตามเจตนารมณ์ที่นายกรัฐมนตรีที่ประกาศไว้ ก็จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้และประเมินได้ว่า “ภายในเวลา 10 ปี เมืองไทยน่าจะเจริญ” อย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท