
ลดดอกกู้ศก. ธปท.
ผ่อนนโยบายการเงินจีดีพีไทยขยายต่ำสุดในโลกพลังงานเลื่อนขึ้นราคาก๊าซ
ผ่อนนโยบายการเงินจีดีพีไทยขยายต่ำสุดในโลกพลังงานเลื่อนขึ้นราคาก๊าซ
ธปท.หนักใจเศรษฐกิจแย่เกินคาด เตรียมผ่อนคลายนโยบายการเงิน
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีประเทศไทยเพียงแห่งเดียวในโลกที่มีอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) เพียง 0.5% แต่ถ้ารวมเป็นกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะมีจีดีพี 3% ของโลก แต่ถ้าเออีซีบวก 3 (ญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้)จะมีจีดีพีที่ 22-23%ข องโลกเท่ากับจีดีพีของสหรัฐอเมริกา และถ้าเออีซี+6(ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดียจะมีมูลค่าจีดีพี 30% ของโลก การรวมตัวเป็นเออีซีจึงเป็นจุดดึงดูดนักลงทุน
ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าและต่ำกว่าคาดการณ์ จากการส่งออกและท่องเที่ยวหดตัวลงมาก ทำให้การดำเนินนโยบายการเงินจำเป็นต้องผ่อนคลาย เพื่อลดความเสี่ยงต่อปัญหาเศรษฐกิจขาดเสถียรภาพในระยะยาว
“ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ก็มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้ หากจำเป็นก็ต้องมีการผ่อนปรนนโยบาย ซึ่งดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับ 2% ก็ถือว่าเหมาะสมแล้ว
"เศรษฐกิจทุกวันนี้จะหวังพึ่งส่งออกที่เคยเติบโตอย่างเข้มแข็งไม่ได้แล้ว เพราะส่งออกไม่ได้โตด้วยเลขสองหลักเหมือนเดิมแล้ว โตได้แค่ครึ่งของหลักเดียวก็ดีแล้ว แต่ปีนี้ส่งออกจะโตติดลบ คิดว่า 12 ปีข้างหน้านี้เราต้องพึ่งเศรษฐกิจในประเทศถ้าเศรษฐกิจรอบนี้ยังไม่ฟื้นตัวตามที่คาด ซึ่งปีนี้คาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะอยู่ที่ 1.5% แต่อาจจะโตไม่ถึง และปีหน้าคาด 4.8% ก็อาจจะต่ำกว่าที่คาด” นายประสาร กล่าว
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยประเทศเดียวมีอัตราการเติบโต (จีดีพี)เพียง 0.5% ของโลก แต่ถ้ารวมเป็นกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)จะมีจีดีพีเป็น 3% ของโลก แต่ถ้าเออีซี+3 (ญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้)จะมีจีดีพีที่ 2223%ของโลกเท่ากับจีดีพีของาหรัฐอเมริกา และถ้าเออีซี+6(ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดียจะมีมูลค่าจีดีพี 30% ของโลก การรวมตัวของเออีซีจึงเป็นจุดดึงดูดให้ทุกคนหันมาสนใจเออีซี
นายประสาร กล่าวว่า เงื่อนไขสำคัญที่เปลี่ยนแปลงไปจนธปท.ต้องหันมาส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมในครั้งนี้ คือ 1.เศรษฐกิจไตรมาส 3 ปีนี้โตต่ำกว่าที่ธปท.เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ เดิมธปท.คาดว่าหลังไตรมาสแรกติดลบ 0.6% และไตรมาส 2 โต 0.1% แล้ว ไตรมาส 3 และ 4 น่าจะโตที่ 3% แต่คงไม่เป็นอย่างที่คาด 2.กลไกขับเคลื่ิอนเศรษฐกิจบางด้านไม่สามารทำงานได้อย่างที่คาด โดยเฉพาะนโยบายการคลัง เนื่ิองจากเบิกจ่ายได้น้อยกว่าคาด ทั้งงบประมาณจากรัฐบาลส่วนกลางและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเดิมคิดว่าจะเบิกได้มากขึ้นในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมาหรือในช่วงปลายงบประมาณปี 2557 ทำได้น้อยกว่าที่คาด ส่วนไตรมาส 4 ปีนี้ หรือต้นปีงบประมาณ 2558 การเบิกจ่ายจะดีขึ้นจากกาตที่รัฐบาลเร่งลงทุนในช่วงต้นและมีมาตรการช่วยเกษตรกร ซึ่งถ้ามาตรการเหล่านีี้ทำได้ดีก็จะช่วยกระตุ้นกระตุ้นเศรษฐกิจ ระดับนโยบายการเงินในปัจจุบันที่ 2% ก็คงเพียงพอ และ3.ภาวะเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาด อย่างไรก็ดีโดยรวมเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ดีขึ้น แม้จะโตได้น้อยกว่าคาด แต่ก็มีแนวโน้มไปในทิศทางที่ปรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"การที่เศรษฐกิจเรายังดีขึ้นนั้น เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่กนง.รอบที่ผ่านมายังเลือกคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2% แต่ต้องติดตามดูมนำตรม่ส 4 ปีนี้ว่าเศรษฐกิจจะฟิ้นตัวอย่างไร ก่อนที่จะพิจารณาผ่อนคลายนโยบายการเงินหรือลดดอกเบี้ยเพิีมเติมเพื่อช่วยดูแลเศรษฐกิจหรือไม่ แต่ต้องเข้าใจว่านโยบายการเงินไม่ใช่แก้วสารพัดนึกที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างได้" นายประสารกล่าว
นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า การผ่อนคลายนโยบายของ ธปท.อาจเป็นการส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยของธปท.ในภาวะเช่นนี้น่าจะเป็นเพราะธปท.ให้น้ำหนักที่การเติบโตทางเศรษฐกิจ ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจไม่ดีจริง ขณะที่งบประมาณปี 2558 ก็ตั้งไว้ไม่สูงเช่นกัน เมื่อนโยบายการคลังใช้ไม่ได้ผล จึงไม่แปลกที่จะหันมาหานโยบายการเงินให้ช่วย ซึ่งการให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจก่อนเรื่องหนี้ครัวเรือนธปท.น่าจะดูรอบครอบแล้ว เพราะถึงหนี้ครัวเรือนจะสูง แต่แนวโน้มหรืออัตราเร่งของหนี้ไม่ได้เพิ่มมากนัก อีกอย่างถ้าจีดีพีโตดีขึ้นสัดส้วนหนี้ครัวเรือนก็จะลดลงอยู่แล้วด้วย
“การลดดอกเบี้ยอาจทำให้หนี้ครัวเรือนสูงขึ้นบ้างแต่แนวโน้มการเร่งตัวลดลง หนี้รถยนต์ก็ชะลอลงมาก เห็นได้จากยอดขายรถยนต์ที่ติดลบ แต่ถ้าเศรษฐกิจขยายตัวหนี้ก็จะลดลงเช่นกัน นโยบายการเงินมี 2 ด้าน ทั้งบวกและลบ อยู่ที่จะเลือกให้น้ำหนักกับอะไร” นายสมชัย กล่าว
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน ระบุว่า จะเลื่อนการพิจารณาปรับโครงสร้างราคาก๊าซแอลพีจีเป็นกิโลกรัมละ 26 บาท จากปัจจุบันที่ราคาก๊าซภาคขนส่งและครัวเรือนเท่ากันอยู่ที่กิโลกรัมละ 22.63 บาท ออกไปเป็นหลังปีใหม่
แนวทางการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน โดยเฉพาะในส่วนของราคาแอลพีจี (ก๊าซหุงต้ม) ที่ขณะนี้ส่วนของภาคครัวเรือน และขนส่ง เป็นราคาเดียวกันแล้วที่ 22.63 บาทต่อกิโลกรัม และมีนโยบายที่จะปรับให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงนั้น คงต้องรอไปพิจารณาในช่วงหลังปีใหม่ เพื่อไม่ให้กระทบกับค่าครองชีพของประชาชน ขณะนี้ใกล้ปีใหม่แล้ว จึงไม่อยากทำอะไรให้ประชาชนทุกข์ใจ







