
ตุลาการภิวัฒน์ในสหรัฐอเมริกา (12)
หลังมรณกรรมของโรเจอร์ บี. ทานีย์ ประธานาธิบดีลินคอล์น ได้เสนอแต่งตั้ง แซลมอน เชส เข้ามารับตำแหน่งสืบแทน
หลังมรณกรรมของโรเจอร์ บี. ทานีย์ ประธานาธิบดีลินคอล์น ได้เสนอแต่งตั้ง แซลมอน เชส เข้ามารับตำแหน่งสืบแทน
แซลมอน พี. เชส (Salmon Portland Chase) เกิดเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2351 ที่เมืองคอร์นิช ใน มลรัฐนิวแฮมเชียร์ ในครอบครัวยากจน พ่อตายตั้งแต่เมื่อเชสอายุได้เพียง 9 ขวบ ทิ้งลูกให้แม่เลี้ยงถึง 10 คน ช่วงอายุ 1216 ปี เชสต้องไปอาศัยอยู่กับลุงซึ่งเป็นบิชอปที่โอไฮโอ เชสได้เรียนหนังสือในโรงเรียน ได้เข้าเรียนที่วิทยาลัยดาร์ตมัธจนจบการศึกษาเมื่ออายุได้ 18 ปี ระหว่างเรียน เขาสอนหนังสือไปด้วย ต่อมาเชสย้ายเข้ากรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เข้าเรียนกฎหมายกับอัยการสูงสุด วิลเลียม เวิร์ท โดยสอนหนังสือไปด้วย เชสได้เป็นเนติบัณฑิตเมื่ออายุได้ 21 ปี
ปีต่อมาเชสย้ายเข้าไปเป็นทนายความในเมืองซินซินเนติ มลรัฐโอไฮโอ ในไม่ช้าเขาก็เริ่มมีชื่อเสียงโดดเด่น ในฐานะทนายที่สนับสนุนลัทธิเลิกล้มทาส (Abolitionist) เขาเขียนคำอธิบายกฎหมายของมลรัฐโอไฮโอ ซึ่งได้รับยกย่องเป็นตำรามาตรฐาน เมื่ออายุได้ 27 ปี เขาแต่งงานกับแคเธอรีน เจน การ์มิสส์ หลังจากนั้นไม่ถึงปีภรรยาเขาเสียชีวิต ทำให้เชสเสียใจมากและทุ่มเทอุทิศตน มุ่งมั่นทำงานเพื่อส่วนรวมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในขบวนการเลิกล้มทาส
เชสทำงานกับสหภาพโรงเรียนวันอาทิตย์อเมริกันช่วยเหลือทาสที่หนีนาย เมืองซินซินเนติขณะนั้นอยู่ใต้อิทธิพลของนักธุรกิจที่สัมพันธ์กับฝ่ายที่สนับสนุนการมีทาสทางใต้ ในปี 2379 เกิดจลาจลในซินซินเนติ เชสเข้าร่วมขบวนการต่อต้านการมีทาส เขาเข้าร่วมกับกลุ่มวรรณกรรมซึ่งมีแฮร์เรียต บีเชอร์ สโตว์ ผู้ประพันธ์นวนิยาย “กระท่อมน้อยของลุงทอม” เป็นสมาชิก เชสมีบทบาทสูงในการช่วยเหลือทาสหนีนายที่ถูกจับตามรัฐบัญญัติทาสหนีนายปี 2336 จนได้ฉายาว่า “อัยการสูงสุดของทาสหนีนาย” เขาเป็นทนายในคดีระหว่าง “โจนส์กับแวนแซนดท์” (Jones v. Van Zandt) ซึ่งคดีขึ้นสู่ศาลสูงสุด เขาโต้ว่ารัฐบาลกลางไม่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญที่จะทำให้เกิดทาสไม่ว่าที่ใด ดังนั้นเมื่อทาสได้ออกจากรัฐที่กฎหมายยอมให้มีทาส เขาก็จะพ้นจากความเป็นทาส กลายเป็น “คน” และพ้นจากพันธะทางกฎหมายที่กดเขาลงเป็นทาส เขาแพ้คดี
เชสเข้าร่วมพรรควิก (Whig) ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองซินซินเนติ เมื่ออายุได้ 32 ปี ปีต่อมาเขาลาออกจากพรรควิกเข้าร่วมพรรคเสรีภาพ (Liberty Party) แต่พรรคเติบโตช้ามาก หลังจากนั้น 7 ปี เขาก็ร่วมผลักดันให้พรรคเข้าร่วมกับพรรคเดโมแครตแห่งนิวยอร์ก ก่อตั้งพรรคใหม่ชื่อ “พรรคแผ่นดินเสรี” (Free Soil Party) เขาได้รับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกในช่วงปี 2382-2388 ในนามของ “กลุ่มแผ่นดินเสรี” เขาไม่พยายามจะตั้งพรรคถาวร แต่ตั้งเป็นกลุ่มกดดันให้พรรคเดโมแครตในภาคเหนือต่อต้านการขยายตัวของทาส
เชสต่อสู้กับการมีทาสอย่างโดดเด่น เขาพยายามรวมกลุ่มต่อต้านการมีทาสในพรรคเดโมแครตให้รวมกับพรรควิกซึ่งกำลังหดตัวลงและก่อตัวเป็นพรรครีพับลิกันในเวลาต่อมา
ในปี 2398 เชสได้รับเลือกเป็นผู้ว่าการมลรัฐโอไฮโอ ขณะมีอายุได้ 47 ปี เขาจึงเป็นผู้ว่าการรัฐโอไฮโอสังกัดพรรครีพับลิกันคนแรก ดำรงตำแหน่งอยู่ 4 ปี งานเด่นของเขาคือสนับสนุนสิทธิสตรี การศึกษาของประชาชนและปฏิรูปคุก เชสหาเสียงสนับสนุนให้พรรครีพับลิกันส่งเขาเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้ง ปี 2403 เขาแพ้แก่ อับราฮัม ลินคอล์น เขาจึงหันมาสนับสนุนลินคอล์น เขาได้รับเลือกเป็นวุฒิสมาชิกในปี 2403 แต่เข้ารับตำแหน่งเพียง 3 วันก็ลาออก เข้าไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีคลังในรัฐบาลลินคอล์น เขาเข้าร่วมในการประชุมใหญ่เพื่อสันติภาพเมื่อปี 2404 เพื่อหาทางหลีกเลี่ยงสงครามกลางเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นแต่ไม่สำเร็จ
ในตำแหน่งรัฐมนตรีคลังช่วงสงครามกลางเมืองปี 2404-2407 เชสสร้างผลงานไว้หลายอย่าง เขาวางระบบธนาคารแห่งชาติ ระบบธนบัตรและพันธบัตร เขาสามารถร่วมกับบริษัทเจย์คุค (Jay Cooke & Company) ขายพันธบัตรสงครามของรัฐบาลมูลค่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ สำเร็จในปี 2405 เชสรับผิดชอบการออกแบบพันธบัตร เขาถือโอกาสใส่รูปของเขาในธนบัตรหลายราคา เชส เป็นบุคคลที่มีส่วนสำคัญในการพิมพ์ประโยค “เราศรัทธาในพระเจ้า” (In God We Trust) ไว้บนเหรียญเงินของรัฐบาลในปี 2407
จุดอ่อนของเชส คือ ความทะเยอทะยานทางการเมือง เขาหวังจะได้รับเลือกเป็นผู้แทนพรรคในการลงแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2407 เขากดดันลินคอล์นด้วยการขู่จะลาออก ลินคอล์นตัดสินใจรับใบลาออกของเชสเมื่อเดือน มิ.ย. 2407 หลังจากเชสยื่นใบลาออกเป็นครั้งที่ 3 ช่วงนั้น พรรครีพับลิกันมีมติส่งลินคอล์นเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแล้ว เมื่อทานีย์ถึงแก่มรณกรรมในเดือน ธ.ค.ปีนั้น ลินคอล์นก็เสนอชื่อเชสเป็นประธานตุลาการศาลสูงสุด เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. วุฒิสภาให้การรับรองในวันเดียวกัน เขาดำรงตำแหน่งจนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2416 ขณะอายุได้ 65 ปี 3 เดือน 24 วัน
ทานีย์เป็นฝ่ายสนับสนุนการมีทาส เชสเป็นฝ่ายตรงข้าม งานแรกในตำแหน่งประธานตุลาการ ศาลสูงสุดคือ รับ จอห์น ร็อค ซึ่งเป็นทนายผิวดำให้มีสิทธิเข้าว่าความในศาลสูงสุดเป็นคนแรก
เชสพยายามจะลงแข่งชิงชัยในตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้งในปี 2411 แต่เพราะความคิดที่จะให้คนผิวดำมีสิทธิเลือกตั้ง ทำให้เขาถูกต่อต้านอย่างหนัก หลังมรณกรรมชื่อของเขาได้รับเกียรตินำไปตั้งเป็นชื่อหน่วยงานและสถานที่หลายแห่ง เช่น ธนาคารเชสเนชั่นแนล ซึ่งต่อมาคือธนาคารเชสแมนฮัตตัน ชื่อเมืองและสถานที่ เช่น เชสเคานตี เชสวิลล์ในฟลอริดา เชสฮอลล์ในวิทยาลัยธุรกิจฮาร์วาร์ด วิทยาลัยกฎหมายแชลมอน พี.เชส ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น เคนตักกี ฯลฯ ในปี 2371 และปี 2377 ธนาคารชาติสหรัฐได้พิมพ์ธนบัตรมูลค่าสูงสุด คือ 1 หมื่นเหรียญสหรัฐ เป็นเกียรติให้แก่เชส มีรูปเชสอยู่บนธนบัตร ปัจจุบันธนบัตรราคานี้ไม่มีในท้องตลาดแล้ว แต่ยังมีผู้เก็บไว้เป็นที่ระลึก
เชสดำรงตำแหน่งประธานตุลาการศาลสูงสุดเป็นเวลารวม 8 ปี 4 เดือน 22 วัน แต่ไม่มีผลงาน โดดเด่น มีคดีหนึ่งที่เขากลับต้องเป็นเสียงฝ่ายข้างน้อยในภายหลัง คือ คดีระหว่างเฮปเบิร์นกับ กริสโวลด์ (Hepburn v. Griswold) ซึ่งตัดสินในปี 2413 ว่าบางส่วนของพระราชบัญญัติเงินตรา (Legal Tender Act) ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่ต่อมามีการแต่งตั้งตุลาการคนใหม่ คณะตุลาการเสียงข้างมากกลับคำพิพากษาในปี 2414 และอีกครั้งในปี 2415 และเชสต้องเป็นฝ่ายทำคำพิพากษาแย้ง ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าเป็นความเห็นแย้งที่มีน้ำหนักดีมาก แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะเสียงข้างมากได้







