posttoday
ไทยหันจีนกดดันญี่ปุ่นสานสัมพันธ์

ไทยหันจีนกดดันญี่ปุ่นสานสัมพันธ์

11 พฤศจิกายน 2557

ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าพบกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง แห่งแดนมังกร ระหว่างการประชุมสูงสุดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) นับเป็นภาพที่สร้างความสะเทือนให้กับแวดวงการทูตทั่วทั้งเอเชียทีเดียว

ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าพบกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง แห่งแดนมังกร ระหว่างการประชุมสูงสุดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) นับเป็นภาพที่สร้างความสะเทือนให้กับแวดวงการทูตทั่วทั้งเอเชียทีเดียว

โตรุ ทาคาฮาชิ คอลัมนิสต์จากนิกเกอิ แสดงความเห็นว่า ไทยเดินเกมถูกที่เข้าไปกระชับสัมพันธ์กับจีน ซึ่งเป็นการกดดันให้ทั้ง ญี่ปุ่น สหรัฐ และสหภาพยุโรป (อียู) ต้องกลับมาผูกสัมพันธ์กับไทยอีกครั้ง เพื่อรักษาผลประโยชน์ในไทยไว้

ก่อนหน้านี้ ภาพลักษณ์ของไทยบนเวทีโลกไม่ค่อยดีนัก ในการประชุมความร่วมมือเอเชียยุโรป (อาเซม) มีหลายประเทศวิจารณ์การยึดอำนาจของ คสช. ขณะที่ จอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐแสดงความผิดหวังและวิจารณ์การยึดอำนาจอย่างเปิดเผย และย้ำอย่างชัดเจนว่าการรัฐประหารไม่มีความชอบธรรม

อย่างไรก็ดี ประเทศเหล่านั้นก็ต้องเปลี่ยนท่าทีเมื่อไทยเข้าไปผูกสัมพันธ์กับจีน และกลายเป็นการกดดันให้สหรัฐต้องหยุดวิจารณ์ไทยในเวทีการเมืองโลก ขณะที่แดนปลาดิบต้องหันมากระชับความสัมพันธ์กับไทยอีกครั้ง

ทาคาฮาชิ ได้แสดงทัศนะว่า จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นเปลี่ยนท่าทีต่อไทยก็คือ การที่ไทยเชื้อเชิญให้จีนเข้ามาลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงในไทย

บทความอ้างความเห็นของผู้บริหารระดับสูงของบริษัทด้านการกระจายสินค้าของญี่ปุ่น ระบุว่า การสร้างรางรถไฟไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะทางในความหมายด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังมีความหมายในด้านการเคลื่อนย้ายสินค้าจากจีนมายังทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนกำลังมีข้อพิพาทด้านเขตแดนกับหลายประเทศอีกด้วย

นอกจากนี้ รัฐบาลแดนปลาดิบยังเปลี่ยนท่าทีในโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายในพม่า โดยก่อนหน้านี้ทั้งไทยและพม่าขอให้ญี่ปุ่นเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าว แต่ญี่ปุ่นไม่ได้แสดงความสนใจ จนกระทั่งเมื่อไทยเข้าไปผูกสัมพันธ์กับจีน ทำให้ มิโนรุ คิอุจิ รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศญี่ปุ่นต้องเสนอการให้ความร่วมมือในโครงการทวาย ระหว่างการเดินทางเยือนพม่า

คอลัมนิสต์ประจำนิกเกอิแสดงความเห็นว่า รัฐบาลโตเกียวยังคงรักษาระยะห่างกับรัฐบาลไทยตามแนวทางของสหรัฐ ทว่าท่าทีของญี่ปุ่นก็เปลี่ยนไปเช่นกันหลังจากจีนประกาศโครงการสร้างรถไฟความเร็วสูง

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นนับเป็นประเทศที่มีผลประโยชน์ในเศรษฐกิจไทยสูงมาก มีธุรกิจจากญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในไทยถึง 4,000 แห่ง อีกทั้งยังมีสัดส่วนการลงทุนโดยตรง (เอฟดีไอ) ราว 60% ของเอฟดีไอในไทย

“เราไม่อาจปล่อยให้จีนเข้ามาบ่อนทำลายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของเราได้” เจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทรวงต่างประเทศแดนปลาดิบไม่เปิดเผยนาม กล่าว

บทความทิ้งท้ายไว้ว่า กรณีดังกล่าวนับเป็นการพิสูจน์ถึงความเก่งกาจในด้านทักษะทางการทูตของไทย ซึ่งตั้งแต่ในอดีต ไทยได้ใช้ความสามารถในการเจรจากับมหาอำนาจตะวันตกในยุคล่าอาณานิคมจนสามารถรักษาเอกราชไว้ได้ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านต้องตกเป็นเมืองขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท