
วิษณุชี้ทำประชามติเป็นเกราะป้องกันแก้รธน.
“วิษณุ”เมิน ข้อเสนอ “อภิรัฐมนตรี” ชี้เป็นเพียงข้อเสนอหนึ่ง ยอมรับ “ประชามติ” เป็นเกราะป้องกันแก้รธน.
“วิษณุ”เมิน ข้อเสนอ “อภิรัฐมนตรี” ชี้เป็นเพียงข้อเสนอหนึ่ง ยอมรับ “ประชามติ” เป็นเกราะป้องกันแก้รธน.
เมื่อวันที่ 11 พ.ย. เมื่อเวลา 12.00 น. ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แนวคิดของนักวิชาการที่เสนอให้มี “อภิรัฐมนตรี” นั้นไม่ทราบแนวคิดนี้ ไม่ได้เอาใจใส่ และไม่รู้ว่าเอามาเกี่ยวอะไรเวลานี้ ไม่ได้สนใจที่จะตาม แต่ก็ถือเป็นข้อเสนอหนึ่งในร้อย ในพัน ซึ่งไม่มีอะไรตื่นเต้น
อย่างไรก็ตามข้อเสนอเหล่านี้จะตกผลึกหลังจากวันที่ 19 ธ.ค. เพราะมีกำหนดว่าภายใน 60 วัน ตั้งแต่ตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ต้องมีข้อเสนอไปยังกรรมาธิการยกร่างฯ ช่วงนี้จะเป็นช่วงโยนหินถามทาง ใครมีอะไรก็เสนอไป ทางกรรมาธิการฯจะได้รวบรวมยกร่างฯ
ส่วนเรื่องที่จะทำอย่างไรจึงจะไม่ให้การยกร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีความขัดแย้งและไม่ให้ถูกฉีกบ่อย ๆนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันคิดเพราะการร่างรัฐธรรมนูญก็เหมือนกับการสร้างบ้าน เวลาสร้างบ้านเราคงไม่ได้คิดว่าทำอย่างไรจะทำให้อยู่ในบ้านนั้นได้ด้วยความสะดวกสบายอย่างเดียว มันต้องคิดให้รอบคอบมากกว่านั้น ต้องคิดแม้กระทั่งว่าจะทำอย่างไรกับภัยต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น หลายคนบอกว่าทำไมต้องไปคิดร่างรัฐธรรมนูญแบบป้องกันรัฐประหาร ซึ่งก็เห็นกันแล้วว่ารัฐธรรมนูญ 19 ฉบับ ก็มีรัฐประหารกันตั้งเยอะ เรารู้ว่ารัฐประหารอาจเป็นภัยหนึ่ง ซึ่งเราก็ต้องคิดหาทางป้องกัน แต่จะคิดกันอย่างไรก็แล้วแต่ อาจจะแก้กันหมดจดไม่ได้ ที่ผ่านมาก็คิดแก้กันไปหลายเรื่องแล้ว ก็คิดกันต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นไปได้ใช่หรือไม่ที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเขียนตั้งข้อห้ามไว้หลายๆด้าน รองนายกฯ กล่าวว่า เคยเขียนมาแล้วหลายฉบับ แต่พอถึงเวลาก็มีการเสนอให้ยกเลิกทั้งฉบับหรือยกเลิกเฉพาะมาตรานั้น ๆ สิ่งที่ห้ามไว้ก็หายไป ประโยชน์ก็ไม่มี เพราะฉะนั้นการเขียนห้ามไว้จึงไม่มีประโยชน์ อยู่ที่ความนึกคิด การยอมรับ อะไรที่เรารู้สึกว่ามันเป็นที่ยอมรับเราก็จะหวงแหน และจะรู้สึกผูกพัน ไม่อยากให้แก้หรือฉีก
ผู้สื่อข่าวถามว่าการทำประชามติจะทำให้เป็นเกราะป้องกันการแก้รัฐธรรมนูญได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นส่วนหนึ่งสั้น ๆ แต่พออยู่ไปมันก็ห่างเหินไป ความรู้สึกอื่น ความจำเป็นอื่นก็จะเข้ามา “แรก ๆ ก็โอเค ก็ยังศักดิ์สิทธิ มั่นคง การทำประชามติมันเอาผลประชามติไปใช้เรื่องอื่นได้ อย่างครั้งที่แล้วมีการอ้างว่ามีการทำประชามติมาแล้ว ดังนั้นแก้ไม่ได้ ร่างใหม่ไม่ได้ ซึ่งกรณีอย่างนี้เป็นการเอามายันกัน เป็นการบล็อก ไปปิดกันการที่จะไปแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเราคิดว่าทำมาได้ดีแล้ว และไม่คิดจะแก้ไขอีกแล้วในชาตินี้ก็คุ้มแม้ว่าจะเสียกี่พันล้านก็คุ้ม แต่ถ้าคิดว่าไม่เป็นไร ทำไป แก้ไป ก็อย่าให้ประชามติมาเป็นอุปสรรค ซึ่งก็ต้องมาช่วยกันคิด อย่างตอนนี้ก็มีการเสนอให้ทำประชามติบางหลักการ ซึ่งแต่ละแนวทางก็เป็นไปได้ทั้งนั้นเพราะการยกร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ก็ไม่ได้ปิดกั้นการทำประชามติอยู่แล้ว ถ้าจะทำก็ทำได้ เพราะจงใจใส่ไว้ให้แล้ว เพียงแต่ไม่ได้บังคับตั้งแต่แรกว่าจะต้องทำเท่านั้น”รองนายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่ามีการกังวลว่าถ้าให้ทำประชามติแล้วหากไม่ผ่านก็จะมีปัญหา นายวิษณุ กล่าวว่า แน่นอน การทำประชามติก็เหมือนการเลือกตั้ง มันเป็นการเดิมพันซึ่งมีโอกาสทั้งผ่านและไม่ผ่าน แต่ไม่ได้คิดว่าที่ไม่ทำประชามติเพราะคิดว่ามันจะไม่ผ่าน ไม่ได้คิดอย่างนั้นเพราะถ้าไม่ผ่านมันก็มีกลไกอื่น ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าถ้าไม่ผ่านก็จะทำให้รัฐบาลอยู่บริหารงานได้ยาวนานขึ้น เพราะต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่นั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของคนที่คิดแบบนี้ ซึ่งถ้ารัฐบาลเอาแต่ได้ ทำไมไม่คิดบ้างว่ารัฐบาลอาจจะอยากอยู่นาน ดังนั้นรัฐบาลอาจอยากทำประชามติ แล้วให้ไม่ผ่าน แล้วจะได้อยู่นาน ซึ่งก็หาเรื่องมองได้ทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นก็ร่างกันให้เสร็จก่อนว่าที่ร่างมานี้พอใจหรือไม่ ถ้าพอใจโดยไม่ต้องลงประชามติก็ไม่ต้องลง หรือถ้าคิดว่าต้องให้แน่นอนก็ไปทำประชามติดีกว่า
“วันนี้ทุกคนเรียกร้องการทำประชามติ ก็ต้องระมัดระวังการทำประชามติแบบสุกเอา เผากิน หรือการไม่ให้ข้อมูลล่วงหน้า หรือการอ่านไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ ขนาดระดับผู้เชี่ยวชาญยังเข้าใจยาก จะให้ประชาชนไปเข้าใจได้ง่าย ๆ ได้อย่างไร ดังนั้นแนวคิดที่จะให้ทำประชามติบางหลักการก็อาจจะเป็นแนวคิดที่ดีก็ได้”นายวิษณุ กล่าว
เมื่อถามว่าหากคนร่างมีอคติกับนักการเมืองมาตลอด แล้วจะร่างรัฐธรรมนูญมาให้ดีได้อย่างไร รองนายกฯ กล่าวว่า พูดยาก แล้วแต่จะมองกัน อยากให้มองที่ผลงานมากกว่า ความรู้สึกของคนก่อนที่จะมาร่างก็มีจุดยืนของตัวเองทั้งนั้น ไม่มีใครรู้ว่าเกิดมาแล้วจะต้องมาร่างรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นหลายคนก็แสดงอภินิหารกันไปพอสมควรแล้ว แต่เมื่อมาถึงจุดนี้ทุกคนต้องปรับทัศนคติ ท่าทีตัวเองให้เข้ามาอยู่ในร่องรอย ให้สังคมไว้วางใจ ไม่เช่นนั้นก็อยู่ไม่ได้ ซึ่งการร่างรัฐธรรมนูญไม่ว่าที่ไหนในโลกก็ต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ทั้งนั้น และคงเป็นการยากที่จะไปบอกว่าคนนั้น คนนี้เป็นกลางหรือไม่ ความจริงไม่ควรคิดว่าใครเป็นคนเสนออะไร แต่อยากให้เอาหลักการของข้อเสนอนั้นมาดีกว่า ถ้าใช้ได้ก็โอเค ใครจะเสนอก็ช่าง
เมื่อถามว่าขณะนี้มีการเสนอให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด จะทำให้มีความขัดแย้งกันก่อนตั้งแต่เริ่มเลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ขัดแย้งหรอก เสนอไปเถอะ อยู่ที่คนมอง ถ้ามองว่าจะขัดแย้งมันก็ขัดแย้ง เมื่อเราปิดโอกาสให้เขาเสนอ แต่มาบอกว่าเป็นความขัดแย้ง อย่างนั้นก็ไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว เป็นธรรมดาพูดอะไรออกมาบางทีก็ไม่เข้าหูคนบางคน ถ้ามองเป้นความขัดแย้งมันก็เป็น แต่เราอย่าไปมองอย่างนั้นเลย







