
สปช.ชูลดเหลื่อมล้ำ
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
“ปัญหาความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย” ถูกหยิบยกขึ้นเป็นหัวข้อในการอภิปราย ระหว่างการสัมมนาของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) วันที่สอง โดย สปช.เห็นตรงกันว่า ระบบอุปถัมภ์ของสังคมไทย ระบบราชการ นักการเมือง และค่านิยมสังคมที่เน้นการบูชาคนรวยเร็ว ขาดจริยธรรม จิตสำนึกต่อส่วนรวม เป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการแก้ไขปัญหา ควรกำหนดเรื่องการแก้ไขความเหลื่อมล้ำการกระจายอำนาจสู่ประชาชนไว้ในรัฐธรรมนูญ ออกกฎหมายลูกเพื่อให้เกิดการบังคับใช้ ส่วนการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจ เสนอให้มีการปรับโครงสร้างภาษี มีกลไกภาษีที่เป็นธรรม เพื่อลดช่องว่างในสังคม
ด้านสังคมและทรัพยากรธรรมชาติ ต้องมีระบบสวัสดิการสังคมที่เหมาะสม จัดสวัสดิการให้กับผู้สูงอายุ ยกเลิกสัมปทานในทรัพยากรธรรมชาติที่ให้กับเอกชนระยะยาว ต้องสร้างชุมชนแข้งแข็งเป็นวาระแห่งชาติ ส่งเสริมการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นโดยควบคู่กับการตรวจสอบ
กอบศักดิ์ ภูตระกูล สมาชิก สปช.ด้านพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันระบบการจัดสรรที่ดินยังไม่สามารถสร้างประโยชน์สูงสุด เนื่องจากที่ดินบางส่วนยังจำกัดอยู่กับประชาชนบางกลุ่มและองค์กรเอกชน ดังนั้นการแก้ปัญหานี้ไม่สามารถปฏิรูปเฉพาะส่วนล่าง แต่จะต้องปฏิรูประบบส่วนบน ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับวิกฤตดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปกฎหมายที่ล้าสมัย การยกเลิกสัมปทานระยะยาว และการจัดเก็บภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ
เช่นเดียวกับ คุรุจิต นาครทรรพ สมาชิก สปช. ด้านเศรษฐกิจ ระบุว่า ควรมีการจัดเก็บภาษีอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะภาษีที่ดินที่ไม่ใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ รวมถึงภาษีมรดก ภาษีจากการบริโภคในอัตราก้าวหน้า และภาษีจากการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อนำรายได้ที่กระจุกอยู่ส่วนบน กระจายสู่ส่วนอื่นของสังคม
ทิชา ณ นคร สมาชิก สปช.ด้านการศึกษา กล่าวว่า รัฐมีส่วนสำคัญต่อการปฏิรูปการศึกษา เพราะรัฐเป็นทั้งต้นเหตุของปัญหาและผู้ที่จะคลี่คลายปัญหา โดยเฉพาะมิติของเยาวชนผู้ด้อยโอกาส ซึ่งที่ผ่านมารัฐเลือกที่จะผลักเยาวชนบางกลุ่มออกจากระบบการศึกษา จนเป็นที่มาของปัญหาอาชญากรรมในเยาวชน ดังนั้นรัฐจะต้องให้ความสำคัญกับเยาวชนผู้ด้อยโอกาสกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น
ขณะที่ สารี อ๋องสมหวัง สมาชิก สปช.ด้านสังคม ชี้ว่า การโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาศักยภาพครู เพราะการโยกย้ายจากพื้นที่ชนบทเข้าสู่เมืองจะต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก รวมถึงการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่ทุจริต ฉะนั้นการปฏิรูปจะต้องทำอย่างจริงจัง มิเช่นนั้นจะกลายเป็นปฏิลูบ
สังศิต พิริยะรังสรรค์ สมาชิก สปช.ด้านสังคม กล่าวว่า การปฏิรูปจะต้องสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต ไม่ยอมรับคนโกง ทั้งนี้จะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายให้ครอบคลุมมิติต่างๆ ที่มีการทุจริตเกิดขึ้น เริ่มจากการนิยามความหมายของคอร์รัปชั่นให้ครอบคลุมการทุจริตที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาคเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัฒนธรรมการอุปถัมภ์
สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ สมาชิก สปช.ด้านการเมือง เสนอว่า ประชาชนควรมีส่วนร่วมทางการเมืองเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการคัดกรองคนดีเข้าทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร ซึ่งจะต้องเริ่มจากการสร้างจริยธรรม วัฒนธรรม และต้องจัดตั้งสภาพลเมืองทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติผู้สมัครระดับท้องถิ่น และการประพฤติของนักการเมืองระดับชาติ เพื่อคัดกรองผู้ที่จะลงสมัคร จัดให้มีการศึกษาทางการเมืองแก่เยาวชนรุ่นใหม่ มุ่งเน้นความรู้ทางจริยธรรมทางการเมือง วัฒนธรรมและความเชื่อทางการเมืองระบอบประชาธิปไตย
ศ.เทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. แถลงปิดการสัมมนาว่า การฉายภาพอนาคตประเทศไทยครั้งนี้ จะนำไปเป็นแนวทางในการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการปฏิรูป โดยเฉพาะกลไกที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูประบบภาษี การส่งเสริมการค้าเสรีอย่างเป็นธรรม จัดตั้งองค์กรและกลไกที่เอื้อให้เกษตรกรมีอำนาจต่อรอง รวมถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ในการปฏิรูปเศรษฐกิจมหภาค จะต้องปฏิรูประบบการคลังของประเทศ ส่งเสริมให้มีการออมสอดคล้องกับการลงทุน ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ รวมถึงสร้างแหล่งทุนที่ธุรกิจขนาดกลางเล็ก สามารถเข้าถึงได้ง่าย
นอกจากนั้น ประเด็นสำคัญหลังการปฏิรูป ประเทศไทยจะต้องได้ประชาธิปไตยที่สอดคล้องกับบริบทของสังคม การเลือกตั้งที่สุจริต รวมถึงกฎหมายที่ครอบคลุมมิติการคอร์รัปชั่น สร้างวัฒนธรรมต่อต้านการคดโกง ทั้งนี้เราหวังว่าจะได้ระบบที่สามารถคัดเลือกคนดีเข้าสู่ระบบการเมืองและระบบราชการ อีกทั้งยังต้องมีองค์กรที่สามารถตรวจสอบการปฏิบัติการของการเมือง รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลของภาครัฐ ให้ประชาชนและสื่อสามารถตรวจสอบนักการเมืองได้ เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ทางการเมืองในสังคมประชาธิปไตย







