
เลิกพูดประชามติรธน.อ้างไกลตัว
เทียนฉายแทงกั๊กให้ทำหัวก่อนหางชงห้ามสส.หาเสียง
เทียนฉายแทงกั๊กให้ทำหัวก่อนหางชงห้ามสส.หาเสียง
เทียนฉาย วอนเลิกพูดประชามติรัฐธรรมนูญ ตอนนี้ชี้เร็วเกินไป ยังอีกหลายขั้นตอน
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยถึงเรื่องการทำประชามติยกร่างรัฐธรรมนูญว่าต้องไปหารือในที่ประชุม สปช.ก่อน แต่มองว่าการทำประชามติยังเป็นเรื่องที่ไกลตัว ยังไม่ควรพูดตอนนี้ เพราะยังไม่อยากให้พูดถึงหางให้ทำเรื่องหัวก่อน
อย่างไรก็ตาม หากจะมีการทำประชามติจริงก็จะต้องไปแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวก่อน ซึ่งไม่มีปัญหา โดย สปช.จะเป็นผู้เสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)หรือรัฐบาลแก้รัฐธรรมนูญก็ได้
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า การทำประชามติเป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นผู้พิจารณาแต่รัฐธรรมนูญ ไม่ได้บัญญัติไว้ ซึ่งตัวเองไม่สามารถพูดได้ว่าดีหรือไม่ดี
นายอำนวย คลังผา อดีต สส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเสนอให้ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ไปพิจารณาเพื่อกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ คือ เรื่องม็อบ โดยกำหนดให้รัฐบาลควรจัดเวทีให้กลุ่มผู้ชุมนุม โดยมีร่ม รั้วรอบขอบชิด ให้อยู่เฉพาะที่ที่จัดให้เพียงที่เดียว เช่น สวนจตุจักร หรือสวนรถไฟ เป็นระยะเวลา 2 วันเพื่อป้องกันการจราจรติดขัดจากนั้นรัฐบาลต้องมารับฟังปัญหาและนำไปแก้ไข
นอกจากนี้ จะต้องห้ามไม่ให้นายกฯ ยุบสภาให้ลาออกได้เท่านั้น และหากนายกฯ บริหารบ้านเมืองไม่ได้ก็ให้ลาออกรวมถึงต้องออกเป็นกฎหมายว่าจากนี้ไปห้ามยึดอำนาจ ห้ามปฏิวัติเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นทุกอย่างจะติดขัดหมด
นายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า จะเสนอแนวทางแก้ปัญหาการซื้อสิทธิ ขายเสียงในการเลือกตั้ง สส.ให้ที่ประชุม กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณา โดยจะยึดรูปแบบการสมัครรับเลือกตั้งของวุฒิสภาปี 2540 โดยจะให้ผู้สมัคร สส. ห้ามหาเสียง ปราศรัย หรือโฆษณาผ่านช่องทางสื่อสารมวลชน รวมทั้งห้ามติดป้ายหาเสียงเลือกตั้งตามพื้นที่ต่างๆ แต่สามารถลงพื้นที่แนะนำตัว พูดคุย กับประชาชนได้ ซึ่งจะทำให้การซื้อเสียงยากขึ้น ซึ่งจะเป็นการสร้างประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง
ด้านความเคลื่อนไหวในการแต่งตั้งประธานและ กมธ.วิสามัญประจำ สปช. 18 คณะ ในวันที่ 11 พ.ย. ล่าสุดลงตัวเกือบทุกคณะ ยกเว้นประธาน กมธ.ปฏิรูปการเมือง ที่ นายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา และนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ที่ยังไม่ยุติ แต่สมาชิกส่วนใหญ่ต่างสนับสนุน นายชัยให้เป็นประธาน
ขณะที่ประธาน กมธ.ปฏิรูปแรงงานก็มีการขับเคี่ยวกันระหว่างนายประสาร มฤคพิทักษ์ กับ พล.ท.เดชา ปุญญบาล เช่นเดียวกับ กมธ.ปฏิรูปเศรษฐกิจฯ ที่ยังขับเคี่ยวกันระหว่าง นายพิสิฐ ลี้อาธรรม และนายสมชัย ฤชุพันธ์ และ กมธ.พลังงาน ระหว่าง นายทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ กับนายอลงกรณ์ พลบุตร ซึ่งมีแนวโน้มต้องตัดสินด้วยการลงมติตัดสิน







