
สคบ.มีมติออกคำสั่งห้ามขาย-ให้บริการบารากู่
สคบ. มีมติออกคำสั่งห้ามขาย-ให้บริการ บารากู่ ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท
สคบ. มีมติออกคำสั่งห้ามขาย-ให้บริการ บารากู่ ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติในเรื่องต่าง ๆ ทั้งการฟ้องร้องบังคับคดีแทนผู้บริโภค และออกคำสั่งห้ามขายสินค้าอันตราย
นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวภายหลังการประชุม ว่า ที่ประชุมมีมติออกคำสั่ง ห้ามขาย และห้ามให้บริการ บารากู่ บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า และตัวยาบารากู่ นำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า สินค้าดังกล่าวมีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของผู้บริโภคมากกว่าบุหรี่ปกติหลายเท่า จึงไม่สามารถอนุญาตให้จำหน่ายได้
ทั้งนี้หากฝ่าฝืนมีโทษเช่นเดียวกับการจำหน่ายสินค้าอันตราย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2556 คือ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า จะมีโทษเป็น 2 เท่า อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ภายหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 15 วัน
สำหรับบารากู่ มีผลการทดสอบจาก สำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และกรมวิทยาศาสตร์บริการ ระบุว่า มีสารเคมี และสารโลหะหนัก ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมากมาย อีกทั้งยังเป็นสารก่อมะเร็ง รวมทั้งยังเสี่ยงต่อการติดโรคต่าง ๆ หรือแพร่กระจายโรคติดต่อ เนื่องจากพฤติกรรมการสูบบารากู่ มักจะมีการผลัดเปลี่ยนและหมุนเวียนกันสูบภายในกลุ่ม







