
สปช.คลอดกรอบปฏิรูปลดความเหลื่อมล้ำศก.-สังคม
สปช.เคาะกรอบปฏิรูป ลดความเหลื่อมล้ำด้านศก.-สังคม ตั้งเป้าปฏิรูปการเมือง วางระบบคัดกรองคนดี ล้มทุนสามานย์
สปช.เคาะกรอบปฏิรูป ลดความเหลื่อมล้ำด้านศก.-สังคม ตั้งเป้าปฏิรูปการเมือง วางระบบคัดกรองคนดี ล้มทุนสามานย์
เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ณ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ศ.เทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) แถลงผลสรุปโครงการสัมมนาเรื่องสานพลังสปช. ออกแบบอนาคตประเทศไทย ว่า การระดมความคิดในครั้งนี้เป็นเพียงข้อสรุปเบื้องต้น และส่งข้อมูลให้คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญประจำสภาทั้ง 18 คณะ เพื่อให้นำไปขยายผลเชิงลึกและใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการเปิดรับความเห็นประชาชนต่อการปฏิรูปด้านต่างๆ เพื่อให้สปช.นำมาประกอบการยกร่างแนวทางการปฏิรูป ซึ่งประเด็นที่ได้ประมวลกัน เรียกว่า “วิสัยทัศน์ภิวัฒน์ไทย:ภาพฝันอนาคตประเทศไทยใน 20 ปีข้างหน้า”
ศ. เทียนฉาย กล่าวอีกว่า ภาพรวมของการเหลื่อมล้ำ จะเน้นเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจ การเข้าถึงการศึกษา และการเข้าถึงทรัพยากร โดยความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจ เช่น นโยบายการคลัง การเก็บภาษี รวมถึงภาษีใหม่ ที่สร้างให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น เช่น ภาษีมรดก และอาจปฏิรูปภาษีที่มีอยู่แล้ว การปรับปรุงกฎหมายการค้าเพื่อลดการผูกขาด จัดกลไกให้เกษตรกรและแรงมีอำนาจต่อรอง โดยจัดเป็นระบบสหกรณ์ การปฏิรูปประกันภัยที่จะต้องรองรับประเทศไทยในอีก 20 ปีข้างหน้า ระบบสวัสดิการสังคมขั้นพื้นฐานที่ทั่วถึงและแหล่งทุนของผู้มีรายได้น้อย สร้างโอกาสและกลไกตลาดให้เกษตรกรและคนที่ด้อยโอกาสทางเศรษฐกิจ
"ส่วนการลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงการศึกษา จะมีการยกระดับการศึกษาให้เท่าเทียมกัน การนำเทคโนโลยียกระดับและประสิทธิภาพการศึกษา การกระจายจัดการศึกษาในพื้นที่ สวัสดิการและประเมินประสิทธิภาพของครู สำหรับการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากร เรามีการพูดถึงการปฏิรูปที่ดิน การสนับสนุนให้ชุมชนมีสิทธิในการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น จัดฐานข้อมูลที่ดินให้เป็นปัจจุบันและมีการจำแนกประเภทให้ชัดเจน ปรับปรุงวางระบบผังเมืองแยกเป็นพื้นที่เกษตรและที่อยู่อาศัย"ศ.เทียนฉาย ระบุ
นอกจากนี้การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม มี 4 ประเด็น คือ 1.พลเมืองไทยมีคุณภาพที่มีความรู้ มีคุณธรรม วินัย ภาคภูมิใจในความเป็นไทย มีความรับผิดชอบ เห็นแก่ส่วนรวม และสุขภาพดี 2.การมีสังคมพหุวัฒธรรม คนอยู่ร่วมกันได้บนความหลากหลาย เพื่อเกื้อกูลละแบ่งปัน 3.ชุมชนต้องเข้มแข็งลดอำนาจรัฐส่วนบน ขยายอำนาจฐานการเมืองส่วนล่าง สร้างสมดุลระหว่างภาคการเมือง ราชการ และประชาชน และ 4.สังคมแห่งพลังปัญญา การใช้ข้อมูลความรู้เพื่อแก้ปัญหา สร้างมูลค่าและคุณค่าเป็นสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม
ส่วนการลดความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.) ระบบทุนที่ดี ทุนสัมมา มีความหมายที่ตรงกันข้ามกับทุนสามานย์ ต้องมีความเป็นธรรม ไม่ผูกขาด เป็นทุนรับใช้สังคม ไม่ใช่สังคมรับใช้ทุน เราสร้างระบบเศรษฐกิจที่เป็นธรรม โปร่งใส สามารถแข่งขันกันได้ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และไม่ผูกขาด 2.) กำจัดทุจริตเชิงนโยบาย จะทำให้ระบบแข่งขันได้ ผู้นำเศรษฐกิจระดับภูมิภาค โดยต้องปฏิรูปทางการคลังควบคู่กับขีดความสามารถในการแข่งขัน การออมให้สมดุลกับการลงทุน ร่วมทุนกับรัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงินให้เอื้อกับธุรกิจ และปฏิรูปการเกษตร
สำหรับแนวทางการปฏิรูปการเมืองการปกครอง มีสาระสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1.การกระจายอำนาจและกระจายศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจออกจากส่วนกลาง 2.การลดทุจริตคอร์รัปชั่น กฎหมายควบคุมคอร์รัปชั่น การรณรงค์ค่านิยมต่อต้านคอร์รัปชั่น กลไกตรวจสอบการเข้ารับราชการ เปิดเผยข้อมูลภาครัฐ
3.ระบบกฎหมายที่เป็นธรรมมีการบังคับใช้ที่เสมอภาค และมีประสิทธิภาพ และ4.ระบบการเมืองที่มีการคัดกรอง “คนดี” เข้าสู่การเมือง ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติประชาชนตื่นตัวและมีส่วนร่วม โดยเฉพาะสภาพลเมือง สภาท้องถิ่น สภาประชาชน ในระดับตำบลและระดับชาติ อยากมีองค์กรตรวจสอบประพฤติมิชอบของนักการเมือง ปฏิรูประบบการเลือกตั้ง อาจกำหนดระยะเวลาวาระการดำรงตำแหน่ง กำหนดวงเงินในการหาเสียง การปรับโครงสร้างการเข้าสู่อำนาจการเมืองและการถอดถอน ทั้งนี้ ถือว่าเป็นการคิกออฟในการปฏิรูปไปพร้อมๆกัน







