
ผิดทิศผิดทาง
บทบรรณาธิการของไฟแนนเชียลไทมส์ แสดงทัศนะเรื่องเศรษฐกิจโลกขณะนี้ว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวขณะนี้เป็นผลมาจากการตัดสินใจด้านนโยบายทางการเงินที่ย่ำแย่จากทั่วโลก โดยขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วเผชิญหน้ากับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและภาวะเงินฝืด แต่กลับใช้นโยบายทางการเงินอย่างเข้มงวดเกินไป
บทบรรณาธิการของไฟแนนเชียลไทมส์ แสดงทัศนะเรื่องเศรษฐกิจโลกขณะนี้ว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวขณะนี้เป็นผลมาจากการตัดสินใจด้านนโยบายทางการเงินที่ย่ำแย่จากทั่วโลก โดยขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วเผชิญหน้ากับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและภาวะเงินฝืด แต่กลับใช้นโยบายทางการเงินอย่างเข้มงวดเกินไป
ยกตัวอย่างเช่น ธนาคารกลางของสหรัฐ (เฟด) ที่เพิ่งยุติมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) รอบที่ 3 ไป โดยตามการประเมินของสถาบันบรูกกิงส์ สถาบันวิจัยนโยบายสาธารณะ ระบุว่างบประมาณทางการเงินที่เฟดใช้ไปลดทอนผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ระหว่างปี 2011-2013 ถึงเกือบเปอร์เซ็นต์ต่อปี
ส่วนในประเทศกำลังพัฒนาเองก็กำลังเผชิญกับภาวะเงินทุนไหลเข้ามาตลอดระยะเวลา 5 ปี และภาวะเงินเฟ้อที่ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่นโยบายทางการเงินที่ใช้กลับเป็นการผ่อนคลายไม่ได้ควบคุมภาวะเงินเฟ้ออย่างที่ควรเป็น
ยกตัวอย่างในบราซิลที่ใช้นโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลาย ไม่ได้เข้าควบคุมอัตราเงินเฟ้อเท่าที่ควร ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน สังเกตได้จากการขายสินทรัพย์ของบราซิลทิ้งทันทีหลังดิลมา รูสเซฟฟ์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกสมัย ดังนั้นธนาคารกลางของบราซิลจึงควรขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อดังกล่าว
ทีมบรรณาธิการทิ้งท้ายไว้ว่า แต่ละรัฐบาลจะต้องตระหนักว่านโยบายทางการเงินนั้นสำคัญกับเศรษฐกิจระยะสั้นเช่นเดียวกันกับระยะยาว







