posttoday
เวทีเอเปกเดือด! จีนแผ่อิทธิพลครอบงำเอเชีย

เวทีเอเปกเดือด! จีนแผ่อิทธิพลครอบงำเอเชีย

10 พฤศจิกายน 2557

การประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (เอเปก)

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

การประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ซึ่งมีเจ้าภาพเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเบอร์ 2 ของโลกอย่างจีน นับเป็นเวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่มีความสำคัญมาก เพราะเพียงนำผลิตภัณฑ์มวลรวมภายใน (จีดีพี) ของสมาชิกจาก 21 เขตเศรษฐกิจมาคิดรวมกันก็มีสัดส่วนคิดเป็น 55% ของจีดีพีทั้งโลกแล้ว ขณะที่มูลค่าการค้าระหว่างกันคิดเป็น 44% ของการค้าโลกทีเดียว

แน่นอนว่านอกจากในประเด็นเรื่องความร่วมมือทางเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้คู่ขัดแย้งมีโอกาสได้เจรจากันแล้ว เอเปกยังเป็นฐานสำหรับแผ่ขยายอิทธิพลในภูมิภาคของจีนในฐานะเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้อีกด้วย

วาระสำคัญๆ ที่จีนพยายามผลักดันในการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ ความพยายามในการรื้อฟื้น “เขตการค้าเสรีเอเชียแปซิฟิก (เอฟทีเอเอพี)” โดยความริเริ่มเขตการค้าเสรีดังกล่าวมีขึ้นตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่ยังไม่มีการบรรลุผลแต่อย่างใดจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ จีนยังผลักดันให้มีการพูดคุยในประเด็นเรื่อง “ระดมทุนเพื่อการสร้างโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค” การประชุมเอเปกครั้งที่ 26 อีกด้วย โดยเฉพาะโครงการสร้างเส้นทางสายไหมยุคใหม่ทั้งในทางบกและทางทะเล

โครงการดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อลดความแออัดในจุดเชื่อมต่อทั่วเอเชีย และเชื่อมโยงเอเชียกับยุโรปเข้าไว้ด้วยกันด้วย โดยจีนจะให้ทุนสนับสนุนโครงการเส้นทางสายไหม 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.28 ล้านล้านบาท)

แม้ว่าโดยฉากหน้าวาระที่กล่าวมาคือโครงการส่งเสริมความร่วมมือกันทางเศรษฐกิจ แต่หากมองมุมกลับโครงการต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องมือให้จีนขยายอิทธิพลในภูมิภาคเอเชีย

สำหรับการฟื้นฟูประเด็น “เขตการค้าเสรีเอเชียแปซิฟิก” นับเป็นประโยชน์ต่อจีน ซึ่งมีฐานะเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดและมีสถานะเป็นโรงงานของโลก และที่สำคัญคือเป็นคานอำนาจ “กรอบความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี)” ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สหรัฐใช้ขยายอำนาจในภูมิภาค โดยทางการจีนไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมทีพีพีแต่อย่างใด

ด้าน ไฟแนนเชียลไทมส์ หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจชื่อดังจากอังกฤษรายงานว่าประธานาธิบดี สีจิ้นผิง แห่งแดนมังกรจะใช้เวทีประชุมเอเปก เพื่อให้ประเทศผู้เข้าร่วมประชุมตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของจีน เฉกเช่นกับที่ฮ่องเต้ในสมัยโบราณเรียกการถวายบรรณาการจากรัฐรอบข้างที่มีอารยธรรมต่ำกว่า เพื่อให้รัฐเหล่านั้นได้เรียนรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของแผ่นดินมังกร

กรณีดังกล่าวสะท้อนได้จาก สีจิ้นผิง ทุ่มเทกับการจัดการประชุมเอเปกครั้งนี้อย่างยิ่ง โดยสั่งให้มีการหยุดโรงเรียนและสั่งให้โรงงานหลายแห่งหยุดทำการ รวมถึงให้มีชาวกรุงปักกิ่งมีวันหยุดยาวและออกไปเที่ยวนอกเมืองหลวง

ทั้งหมดทั้งปวงนี้ก็เพื่อคลายมลภาวะทางอากาศที่เข้มข้นในเมืองหลวง ขณะเดียวกันยังเพิ่มกำลังตำรวจเป็น 3 หมื่นนาย เพื่อรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะป้องปรามการก่อการร้ายที่อาจมีขึ้นจากกลุ่มแบ่งแยกดินแดนจาก “ทิเบต” และ “ซินเจียง”

ทั้งนี้ ผู้นำจีนคิดเสมอว่าแดนมังกรคือประเทศมหาอำนาจ อย่างน้อยที่สุดคือมหาอำนาจในระดับภูมิภาค ฉะนั้นจีนจึงถือว่าเอเชียอยู่เขตอิทธิพลของจีน ซึ่งจีนต้องปกป้องเขตอิทธิพลของตนไม่ให้มหาอำนาจอื่นเข้ามากล้ำกราย

อย่างไรก็ดี ความพยายามของพญามังกรในการแผ่อิทธิพลไปทั่วเอเชียอาจไม่ง่ายนัก ตราบใดที่สหรัฐยังคงเริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับอิทธิพลแดนอินทรีในเอเชียอีกครั้งตามนโยบาย “ปักหมุดเอเชีย” จึงเป็นขวากหนามชิ้นสำคัญขวางทางสู่ความรุ่งโรจน์ของจีน

ก่อนหน้านี้สหรัฐเว้นความสนใจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกไประยะหนึ่ง เนื่องจากหันเหความสนใจไปที่ตะวันออกกลาง เพื่อสงครามต่อต้านการก่อการร้าย อย่างไรก็ดีในสมัยประธานาธิบดี บารัก โอบามา สหรัฐได้กลับมาให้ความสำคัญกับการกระชับอิทธิพลในเอเชียอีกครั้ง

สหรัฐถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอิทธิพลในเอเชียตั้งแต่ช่วงสงครามเย็น โดยได้เข้าไปผูกสัมพันธ์กับหลายประเทศในภูมิภาค อาทิ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ ไทย ด้วยการให้ความช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจและการทหาร อันเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายในการปิดล้อมการขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์จากจีนสู่ส่วนที่เหลือเอเชีย

ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย หากจะกล่าวว่าปัจจุบันสหรัฐก็กำลังพยายามปิดล้อมการขยายตัวของจีนในภูมิภาคแห่งนี้อีกครั้ง

พญาอินทรีมีส่วนร่วมในการต่อต้านการขยายอิทธิพลของพญามังกรในหลายเหตุการณ์ อาทิ กรณีที่สหรัฐให้ความช่วยทางการทหารแก่ฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีข้อพิพาทกับจีนกรณีทะเลจีนใต้ และเมื่อเร็วๆ นี้ สหรัฐยังยกเลิกการคว่ำบาตรการส่งออกยุทโธปกรณ์ไปยังเวียดนามประเทศคู่ศึกสมัยสงครามเย็น เพื่อเปิดทางให้กับการสนับสนุนอาวุธให้กับเวียดนามในการคานอำนาจกับจีนในทะเลจีนใต้

สำหรับเวทีเอเปกก็เช่นเดียวกัน ขณะที่จีนพยายามในเวทีแห่งนี้ในการขยายอิทธิพลในภูมิภาค สหรัฐก็กำลังใช้เวทีแห่งนี้ในการคานอิทธิพลจีนเช่นกัน

หลักฐานชิ้นแรกคือสหรัฐพยายามจะใช้เวทีเอเปกในการผลักดันการเจรจาทีพีพีที่ยืดเยื้อมาถึง 4 ปีเช่นกัน เพื่อคานกับเขตการค้าเสรีเอฟทีเอเอพี ซึ่งจีนต้องการจะรือฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน สหรัฐอาจพยายามกดดันไม่ให้ชาติเอเชียเข้าร่วมกับโครงการพัฒนาโครงการเส้นทางสายใหม่ เพื่อเชื่อมโยงระหว่างเอเชียกับยุโรป ซึ่งสหรัฐประเมินว่าเป็นโครงการเพื่อการขยายอิทธิพลและอำนาจของจีนในเอเชีย และผลักดันอิทธิพลของสหรัฐให้ออกไปนอกภูมิภาค

ก่อนหน้านี้หนังสือพิมพ์วอลสตรีทยังเคยรายงานว่า สหรัฐพยายามวิ่งล็อบบี้ไม่ให้บางประเทศเข้าร่วมเป็นสมาชิกก่อตั้ง “ธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (เอไอไอบี)” ที่มีจีนเป็นหัวเรือหลัก ส่งผลให้บางประเทศไม่ได้เข้าร่วมการเป็นผู้สนับสนุนทุนให้กับธนาคารเอไอไอบี

เพราะฉะนั้นตราบใดที่สหรัฐยังคงขวางทางการแผ่อิทธิพลในเอเชียอยู่ ทางสำหรับก้าวขึ้นสู่ความเป็นพี่ใหญ่แห่งเอเชียของจีนคงไม่ง่ายนัก และนับเป็นเกมยากสำหรับจีนในการใช้เวลาการประชุมเอเปกเพียง 2 วัน ในการผลักดันวาระต่างๆ เพื่อกรุยทางสู่การเป็นมหาอำนาจในภูมิภาค

ฉะนั้น เห็นทีว่าการประชุมเอเปกที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 1011 พ.ย.นี้ คงจะร้อนแรงไม่เบาทีเดียว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท