
ถอดความคิดกูรู คสช.สกัดฉีกรัฐธรรมนูญซ้ำซาก
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
การประชุมวิชาการเรื่อง “8 ทศวรรษ ประชาธิปไตยไทย : พลวัตแห่งดุลอำนาจ” โดยสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 69 พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นเสมือนเวทีที่รวมไว้ซึ่ง “กุนซือ” มือร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หรือแม้กระทั่งกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ
วงเสวนาครั้งนี้จึงเป็นเสมือนการเผยโครงร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ประจักษ์ต่อสาธารณชนคร่าวๆ
ศ.บวรศักดิ์ ชี้ว่า ความไม่สมดุลของการจัดสรรอำนาจในระบบการเมือง การปกครอง จนเป็นประเด็นการแย่งชิงอำนาจระหว่างกันคือสาเหตุหนึ่งของวิกฤตการเมืองไทย ดังนั้นจะต้องสร้างดุลอำนาจใหม่ในรัฐธรรมนูญ
“รัฐธรรมนูญใหม่ไม่สามารถหยิบรัฐธรรมนูญเก่ามาปะผุ เพราะมีปัญหาต่างจากปัจจุบัน นอกจากนั้นสิ่งที่ต้องตอบโจทย์ให้ได้ คือ การสร้างความปรองดองที่ป้องกันไม่ให้มีปัญหาระยะยาว ซึ่งรัฐธรรมนูญสามารถสร้างองค์กรและกลไกที่สร้างความปรองดองได้ แต่ไม่ใช่การเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม” ศ.บวรศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ การจัดดุลอำนาจระหว่างฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ รัฐบาลต้องไม่เข้มแข็งจนเกินไป กรณีที่เสนอให้นายกฯ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาจากการเลือกตั้งโดยตรงเป็นการซ้ำเติมปัญหาที่มีอยู่ เพราะรัฐบาลที่เข้มแข็งเกินไปจะเข้ามาแทรกแซงทุกเรื่อง
นอกจากนั้น ต้องแก้ไขบทบัญญัติที่ให้พรรคการเมืองสามารถไล่ สส.ออกจากพรรค เพราะหากไม่ทำตามมติพรรค สส.จะต้องพ้นจากสมาชิกภาพ กรณีนี้ส่งผลให้พรรคการเมืองมีอำนาจเหนือ สส.ที่ประชาชนเลือกเข้ามาทำหน้าที่
“ขณะที่ดุลระหว่างฝ่ายการเมืองกับข้าราชการประจำ หากจะให้ข้าราชการประจำต้องทำตามคำสั่งนักการเมือง จะต้องไม่ใช่การให้นักการเมืองมาล้วงลูก อาจต้องเขียนในรัฐธรรมนูญว่าข้าราชการที่ทำตามคำสั่งทางวาจาต้องรับโทษทางอาญาและทางแพ่งเพียงลำพัง และสุดท้ายหากสภาแรกมาจากการเลือกตั้ง สภาพหุนิยมต้องเป็นตัวแทนจากทุกสาขาวิชาชีพ ที่ไม่ได้มาจากระบบสรรหา เพื่อทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย” ศ.บวรศักดิ์ กล่าว
ด้าน วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องจัดดุลอำนาจให้ครบ รัฐธรรมนูญจะต้องเขียนให้สั้นกระชับ แต่อาจจะเกิดปัญหาเรื่องความกำกวม ฉะนั้นก็ต้องมีกับดักไปล้อมตัวปัญหา โดยสร้างองค์กรขึ้นมาเพื่อช่วยวินิจฉัยตีความและให้คำปรึกษา
“เคยพูดคุยกับ ศ.บวรศักดิ์ ว่า ทำไมรัฐธรรมนูญต้องมีฉบับเดียวเวลาเดียวกัน เหตุใดไม่เขียนสัก 23 ฉบับ แยกเป็นส่วนๆ ไปร่างพร้อมกัน แต่ออกมาเป็น 3 ส่วน โดยให้ส่วนหนึ่งแก้ยากที่สุด และส่วนที่สองและสามแก้ได้ตามลำดับ หากมีการรัฐประหารเกิดขึ้นก็จะได้เหลือเชื้อคงไว้อยู่สักส่วนหนึ่ง” รองนายกฯ ระบุ
ในขณะที่ ปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี เสนอให้มีการปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญ โดยให้มีมิติปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน อีกทั้งเสนอให้ปฏิรูปการได้มาซึ่งองค์กรอิสระ จะต้องมีความโปร่งใสและรายงานการปฏิบัติงานให้สังคมทราบเสมอ ส่วนกรณีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรโยกอำนาจนี้ให้กับศาลแทน
“ทั้งนี้จะเสนอให้มีการจัดวางให้ ‘อภิรัฐมนตรี’ ในฐานะรัฏฐาภิบาล ให้เป็นอีกดุลอำนาจหนึ่งให้มีอำนาจชี้ขาด หากว่า 3 อำนาจ คือ ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ขัดแย้งกันรุนแรง” ปณิธาน กล่าว







