
UNSEEN จังหวัดร้อยเอ็ด (1)
ฟังคนอื่นเล่า ก็ไม่อยากเชื่อว่าสิ่งนี้มีในเมืองไทย ต่อเมื่อเห็นด้วยตา ก็ได้แต่ทึ่งว่าท่านทำได้ นั่นคือพระบุโรพุทโธ จ.ร้อยเอ็ด
โดย...สมาน สุดโต
ฟังคนอื่นเล่า ก็ไม่อยากเชื่อว่าสิ่งนี้มีในเมืองไทย ต่อเมื่อเห็นด้วยตา ก็ได้แต่ทึ่งว่าท่านทำได้ นั่นคือพระบุโรพุทโธ จ.ร้อยเอ็ด เป็นองค์จำลองเจดีย์บุโรพุทโธ เกาะชวา อินโดนีเซีย ที่เหมือนจริง
Unseen ร้อยเอ็ด ที่ สิริพร สงบธรรม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด และเลขาธิการสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย พาไปสัมผัส วันที่ 2526 ต.ค. 2557 ผู้เขียนเรียกว่าเจดีย์บุโรพุทโธ ไทยแลนด์ อยู่ที่วัดป่ากุง หรือวัดประชาคมวนาราม ต.ศรีสมเด็จ อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด เป็นเจดีย์ที่สร้างจากหินทราย
ข้อมูลใน Pantip.com บอกว่า เป็นพระเจดีย์ อนุสรณ์ “หลวงปู่ศรี” ครบรอบ 90 ปี พรรษา 60 พระเทพวิสุทธิมงคล “หลวงปู่ศรี มหาวีโร”
สร้างเสร็จในเวลา 2 ปี ด้วยงบประมาณ 40 ล้านบาท จัดพิธีสมโภชไปแล้วเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2549
Pantip บรรยายว่ามหาเจดีย์นี้งดงามดั่งเทพบันดาล ดูคล้ายเมืองสวรรค์ ทั้ง 7 ชั้นตระการตา
ชั้นที่ 1 เป็นภาพแกะสลักหินทรายเหลืองนูนต่ำ เล่าเรื่องราวพระชาติสุดท้ายที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญทานบารมี
ชั้นที่ 23 เป็นภาพแกะสลักหินทรายเหลืองนูนต่ำ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติพระพุทธเจ้า
ชั้นที่ 4 ภาพแกะสลักหินทรายเหลืองนูนต่ำรูปชัยมงคลคาถา
ชั้นที่ 5 ผนังทรงกลมฐานรององค์เจดีย์ เป็นภาพสังเวชนียสถาน 4 ตำบล ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน
ชั้นที่ 6 เป็นองค์เจดีย์ราย 8 องค์ และองค์เจดีย์ประธาน 1 องค์
ชั้นที่ 7 ยอดเจดีย์ทองคำ น้ำหนักถึง 101 บาท
และภายในองค์เจดีย์ยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่นำมาจากประเทศอินเดียให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวได้กราบไหว้บูชาขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล
ที่มาของการก่อสร้างเจดีย์หินทราย กล่าวว่าเมื่อพระเดชพระคุณหลวงปู่ศรี มหาวีโร ได้ไปปฏิบัติศาสนกิจ จำพรรษาที่ประเทศอินโดนีเซีย ปี พ.ศ. 2531 ได้ไปนมัสการเจดีย์บุโรบุโด (บรมพุทโธ) ที่เกาะชวา อินโดนีเซีย เห็นความใหญ่โตมโหฬารงดงามเกิดความประทับใจมาก เมื่อหลวงปู่กลับมาเมืองไทยก็ได้นำเรื่องราวที่ได้ไปพบมาเล่าให้ศิษยานุศิษย์ฟัง และดำริว่าจะสร้างไว้ที่เมืองไทย
ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 หลวงปู่ได้สั่งให้พระอาจารย์มานะ อตุโล นำพระอาจารย์ศักดิ์ชัย อภิวฑฺฒโน และนายอนุวัตร บูรณะกร (เป็ด)เดินทางไปดูรูปแบบเจดีย์บุโรบุโด (บรมพุทโธ)เพื่อเอามาสร้างในเมืองไทย เจดีย์บุโรบุโด (บรมพุทโธ) เป็นสถาปัตยกรรมชั้นนำ 1 ใน 7 ของโลกซึ่งออกแบบสร้างสรรค์โดยช่างจากประเทศอินเดียมีภาพแกะสลักที่แสดงถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในสมัยพระพุทธองค์และแสดงเหตุการณ์เกี่ยวกับประวัติของพระพุทธเจ้าปางต่างๆ ในอดีตชาติ และภาพแกะสลักนูนสูงนูนต่ำที่แสดงตำนานทางศาสนาอย่างสมบูรณ์แบบด้วยฝีมือที่ประณีตละเอียดอ่อนมาก และได้นำมาเป็นแบบในการก่อสร้างในเมืองไทยเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2547
ข้อมูลในพันทิป กล่าวว่า พระพุทธรูปหินทรายที่พระเจดีย์แห่งนี้นำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซียทั้งหมด
เมื่อผู้เขียนดูด้วยตาในตอนค่ำ พระอาทิตย์อัสดงแล้ว ภาพที่ปรากฏต่อหน้าต้องบอกว่าอัศจรรย์เหนือพรรณนาจริงๆ
แต่ทำไมจึงไม่ค่อยแพร่หลาย หรือเป็นที่รู้จักของผู้แสวงบุญและนักเดินทาง สิริพร ซึ่งเป็นคุณนาย ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด บอกว่ามีเหตุหลายประการที่คนไม่รู้จักพระเจดีย์ที่สวยงามแห่งนี้ เหตุผลที่สำคัญยิ่งคือ วัดป่ากุง เป็นสายวัดป่า ต้องการความสงบ ไม่ต้องการเห็นความพลุกพล่านของผู้คน จึงปิดเงียบไว้ จนกระทั่ง ดร.สมศักดิ์ มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด จึงขอให้เปิด เพื่อประชาชนที่มีศรัทธาจะได้กราบไหว้บูชา ทางวัดจึงรับข้อเสนอ แต่จะไปดูไปชมขอให้แจ้งล่วงหน้า
ประวัติหลวงปู่
หลวงปู่ศรี มหาวีโร เป็นศิษย์หลวงปู่มั่นภูริทัตโต สายอรัญวาสี หรือที่เรียกว่า “พระป่า”
นามเดิมของท่านคือ ศรี นามสกุล ปักกะสีนัง เกิดเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2460 ตรงกับวันศุกร์ เดือนหก ปีมะเมีย ที่บ้านขามป้อม อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม เรียนจบชั้นมัธยมปีที่ 3 เมื่อปี พ.ศ. 2480 จากโรงเรียนสารคามพิทยาคม ได้เข้ารับราชการเป็นครู ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา จึงบรรพชาอุปสมบทเมื่อปี พ.ศ. 2488 ณ พัทธสีมาวัดราษฎร์รังสรรค์ บ้านป่ายาง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด โดยมีพระโพธิญาณมุนี (ดำ โพธิญาโณ) เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด (ธรรมยุต) เป็นอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาทางพระพุทธศาสนาเป็นมคธว่า “มหาวีโร”
พ.ศ. 2489 ท่านได้จาริกไปจำพรรษาที่วัดป่าแสนสำราญ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ฝากตัวเป็นศิษย์พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม
เป็นศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่สำนักป่าบ้านหนองผือ ขออนุญาตพำนักจำพรรษาและศึกษาธรรมกับท่าน ซึ่งหลวงปู่มั่นก็เมตตาอนุญาต เมื่อหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต อาพาธ พระอาจารย์ศรีก็มีโอกาสถวายการปฏิบัติ เมื่อท่านพระอาจารย์ใหญ่ถึงแก่มรณภาพ นำความวิโยคอาดูรมาสู่ผู้เป็นศิษย์ พระอาจารย์ศรี มหาวีโร ได้ถวายสักการะสรีระหลวงปู่มั่นเป็นครั้งสุดท้าย ในงานถวายเพลิงฌาปนกิจ ที่วัดป่าสุทธาวาส จ.สกลนคร
จากมหาสารคามและร้อยเอ็ดไปนาน จนกระทั่งปี พ.ศ. 2496 พระอาจารย์ศรีจึงกลับมายังวัดป่ากุง ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ สร้างมาประมาณ 170 ปีจึงเป็นผู้นำในการพัฒนาวัดป่ากุง จนกระทั่งเป็น “วัดประชาคมวนาราม” ที่งามสง่า เป็นศาสนสถาน ท่านเป็นผู้นำ เป็นธุระในกิจการงานพระศาสนาอย่างจริงจัง รวมทั้งสร้างสาธารณประโยชน์เป็นจำนวนมาก
จึงเห็นเจดีย์บุโรพุทโธ ไทยแลนด์ ให้ทุกท่านได้ทึ่งในขณะนี้







