
เครือข่ายต้านเหล้าจี้สตช.เอาผิดร้านขายสุราให้เด็ก
“เครือข่ายต้านเหล้า” จี้สตช.เอาผิดร้านขายเหล้าให้เด็ก หลังกรณีดาราเด็กเมาอาละวาดบนแท็กซี่ ชี้หลายคดีแค่เปรียบเทียบปรับ ไม่สาวถึงต้นตอปัญหา
“เครือข่ายต้านเหล้า” จี้สตช.เอาผิดร้านขายเหล้าให้เด็ก หลังกรณีดาราเด็กเมาอาละวาดบนแท็กซี่ ชี้หลายคดีแค่เปรียบเทียบปรับ ไม่สาวถึงต้นตอปัญหา
เมื่อวันที่ 9 พ.ย. นายชูวิทย์ จันทรส เลขานุการเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ กล่าวถึงกรณีอดีตนักแสดงละครเด็กลูกครึ่งชื่อดังเมาอาละวาดบนแท็กซี่ จนถูกตำรวจจับขึ้น สน.มักกะสันเพื่อสงบสติอารมณ์ และเปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงิน1,000 บาทว่า เรื่องนี้จะเป็นเครื่องยืนยันอีกครั้งว่ากรณีขายสุราให้เด็กอายุต่ำกว่า20 ปี ซึ่งมีความผิดตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พ.ศ.2551มาตรา29 มีโทษจำคุกไม่เกิน1ปี ปรับไม่เกิน20,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับนั้น ยังเป็นกฎหมายที่ขาดการบังคับใช้อย่างจริงจัง เพราะกรณีนี้ชัดเจนว่าผู้ก่อเหตุยังเป็นเยาวชนอายุเพียง18ปี ดังนั้นผู้ที่ขายสุราให้กับเยาวชนรายนี้ต้องมีความผิดตามกฎหมายด้วย จึงไม่อยากให้ สน.มักกะสัน ทำหน้าที่แค่เพียงเปรียบเทียบปรับ
“เรื่องนี้เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ และองค์กรด้านเด็กและเยาวชนได้เรียกร้องมาตลอดว่าให้ตำรวจบังคับใช้กฎหมาย แม้นายกรัฐมนตรีมีนโยบายชัดเจนในเรื่องเหล้ากับเยาวชน มีการพูดหลายครั้ง แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีใครนำไปสานต่อให้เป็นจริงทั้งที่มีกฎหมายอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม หากจะสาวเพื่อเอาผิดไปถึงสถานบันเทิงด้วยจึงไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเป็นข่าวครึกโครม และเป็นไปได้ว่ากลุ่มเพื่อนที่ดื่มกินด้วยกันจะมีอายุไม่ถึง20 ปีด้วยซ้ำ”นายชูวิทย์ กล่าว
นายชูวิทย์ กล่าวด้วยว่า การให้เด็กอายุขนาดนี้เข้าไปใช้บริการไปดื่มกินถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 รวมไปถึงพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ยังเป็นประเด็นที่ตำรวจมักไม่ให้ความสำคัญ ทำให้สังคมตั้งคำถามว่าทำไม่จึงไม่จัดระเบียบร้านเหล้าผับบาร์ที่ทำผิดกฎหมายให้จริงจังกว่านี้ ตนไม่ได้ขอให้เลิกขาย แต่ขอเพียงให้ทำตามกฎหมาย ที่สำคัญอย่าหากินกับเด็กและเยาวชน เพราะมันคือการทำลายอนาคตของชาติ และเรื่องนี้ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าทำไม่ตำรวจจึงทำได้แค่นี้ หรือที่มีเสียงร่ำลือกันในเรื่องส่วยร้านเหล้าจะเป็นเรื่องจริง มีการจ่ายกันจริงจึงทำให้ร้านเหล่านี้จำนวนหนึ่งกล้าที่จะทำผิด ดังนั้นปัญหาเหล้ากับเด็กและเยาวชนจะไม่มีทางเป็นไปตามดำริของนายกรัฐมนตรีได้เลย ตราบใดที่ผลประโยชน์บางอย่างมันมากกว่าอนาคตลูกหลานไทย หรือนายกฯจะต้องจี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ทำหน้าที่เข้มข้นกว่านี้







