posttoday
รับถอดถอน‘นิคมสมศักดิ์’รอเชือดปู

รับถอดถอน‘นิคมสมศักดิ์’รอเชือดปู

09 พฤศจิกายน 2557

สถานการณ์ร้อนการเมืองรอบสัปดาห์หนีไม่พ้นประเด็นที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติรับสำนวนไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวหานายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กรณีดำเนินการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เกี่ยวกับที่มา สว. ทั้งนี้สำนวนดังกล่าวได้เข้าสู่ระเบียบวาระการถอดถอน จึงจะมีการแถลงเปิดคดีตามข้อบังคับการประชุม สนช.ในวันที่ 27 พ.ย.นี้

สถานการณ์ร้อนการเมืองรอบสัปดาห์หนีไม่พ้นประเด็นที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติรับสำนวนไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวหานายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กรณีดำเนินการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เกี่ยวกับที่มา สว. ทั้งนี้สำนวนดังกล่าวได้เข้าสู่ระเบียบวาระการถอดถอน จึงจะมีการแถลงเปิดคดีตามข้อบังคับการประชุม สนช.ในวันที่ 27 พ.ย.นี้

อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่า การที่ผลลงมติรับหรือไม่รับสำนวนดังกล่าวมีคะแนนใกล้เคียงกัน แม้จะมีคะแนนเสียงมากพอต่อการรับเรื่องพิจารณา แต่ไม่เพียงพอในการลงมติถอดถอน วิเคราะห์จากผลโหวตรับ 87 ไม่รับ 75 งดออกเสียง 5 แต่ทว่า “สนช.สายทหาร” ที่หนีไปทอดกฐินอีกกว่า 40 เสียง จะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำหมันวาระถอดถอน

นอกจากนั้น สนช.ยังมีอีกหนึ่งภารกิจใหญ่ คือคดีถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีทุจริตจำนำข้าว วันที่ 12 พ.ย.นี้ ในขณะที่ “ทนายปู” ยื่นเหตุผล 7 ข้อ ยัน สนช.ไม่มีอำนาจถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ เนื่องจากในอดีตกรณีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อาศัยข้อบังคับการประชุม สว. ปี 2551 แต่ขณะนี้ สว.ไม่มีแล้ว

‘อสส.ปปช.’ ยื้อทุจริตข้าว

ตามต่อความคืบหน้ากรณีข้อถกเถียงระหว่างอัยการสูงสุด (อสส.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คดีจำนำข้าวรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในการหารือครั้งที่ 3 (วันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา) แต่ก็ยังไร้วี่แววของข้อสรุป เนื่องจากฝ่าย อสส. เห็นว่า ป.ป.ช.ควรไต่สวนพยานที่ อสส.เสนอทั้งหมด 10 คน ในขณะที่ ป.ป.ช.เห็นว่าควรมีการไต่สวนเพิ่มเติมเพียงบางราย อย่างไรตามขณะนี้ ป.ป.ช.ยังไม่สามารถฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้เอง เนื่องจากต้องรอให้ตัวแทนของ อสส.ที่ประชุมวันนี้ รายงานต่อที่ประชุม อสส. ซึ่งอาจเป็นไปตามแนวทางของ ป.ป.ช. แต่หาก อสส.ชี้ว่าจะต้องมีการไต่สวนพยานเพิ่มเติม จะต้องมีการนัดหารืออีกครั้ง

เคาะชื่อ 36 กมธ.ยกร่าง รธน.

อีกซีกหนึ่งของการเมือง ในที่สุดก็ได้มาซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ 36 คน โดยมีสัดส่วนจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) 20 คน สนช. คณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างละ 5 คน ส่วนตำแหน่งประธาน กมธ.ยกร่างฯ คสช.เป็นผู้เสนอ ทั้งนี้รายชื่อที่ออกมาไม่ได้พลิกโผ “ศ.บวรศักดิ์อุวรรณโณ” นั่งแท่นเป็นประธานตามคาด หลังรับตำแหน่งพาสมาชิก กมธ.ยกร่างฯ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ก่อนรวมพลละลายพฤติกรรม ณ รัฐสภา พร้อมแต่งตั้งคณะทำงาน โดยมี 6 รองประธาน 2 เลขานุการ และ 5 โฆษก ทั้งนี้มี “นายประสพสุข บุญเดช” เป็นประธานที่ปรึกษา กมธ. “นายจรูญ อินทจาร” เป็นรองประธานที่ปรึกษา กมธ. และ “พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช” เป็นที่ปรึกษา กมธ. และหัวหน้าทีมโฆษก พร้อมชู 2 แนวทางร่าง รมธ. คือ 1. “ปะโปะ” ของเก่ารัฐธรรมนูญ ปี 2540 และปี 2550 และ 2. “เริ่มจากศูนย์” เริ่มเขียนใหม่ไม่ยึดโครงเก่า ส่วนจะเป็นไปในทางไหน ต้องติดตามฉากทัศน์ต่อไป

‘บิ๊กตู่’ ขู่ใช้ ม.44 สกัดม็อบ

ขณะเดียวกัน ในที่ประชุมร่วม ครม.คสช. ที่ผ่านมา “บิ๊กตู่” ลั่นกลางวงให้ทุกฝ่ายเฝ้าจับตา “คลื่นใต้น้ำ” ซึ่งหากจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายให้เริ่มจากเบาไปหาหนัก กระทั่งทุบหมัดเหล็กด้วยกฎอัยการศึกหรือมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพื่อป้องกันเหตุการณ์บานปลาย กลายเป็นความขัดแย้งแบบเดิม ส่วนนายสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ ชี้ว่า หากชี้แจงแล้วไม่เข้าใจ จะต้องใช้กฎหมายควบคุม ไม่เฉพาะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เสมือนเป็นสัญญาณสอดรับสถานการณ์ “ม็อบมีสี” ขู่จะเคลื่อนไหวกดดัน สนช. ที่กำลังเร่งคดีถอดถอน “นายนิคมนายสมศักดิ์” ร้อนถึง พล.อ. อนุพงษ์ หรือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่ต้องออกมาคลี่คลายวาทกรรมนายกฯ ว่าไม่น่าจะมีการใช้มาตรา 44 ในเวลานี้ เพราะเชื่อว่ามวลชนจะไม่ออกมาเคลื่อนไหว ส่วนเรื่องคลื่นใต้น้ำย้ำว่ายังมองไม่เห็น

จับตาพายุภาคใต้

ประเทศไทยไม่เผชิญเฉพาะวิกฤตการเมือง แต่ภัยพิบัติเป็นอีกเรื่องที่ต้องรับมือ ล่าสุด “บิ๊กป้อม” กำชับผู้ว่าฯ จ.เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ รวมถึง 14 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสตูล ให้พร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรง หลังจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่าในช่วงวันที่ 810 พ.ย.นี้ จะมีฝนตกชุกเพิ่มขึ้น ฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ และคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรง เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงจะเคลื่อนเข้าปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ตอนล่าง รวมถึงจะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลอันดามันบริเวณ จ.ภูเก็ต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท