
สั่งยึดที่สปก.-สวนยางรุกป่า11ล้านไร่มาแจกคนจน
เกษตรฯ เด้งรับนโยบายจัดที่ดิน สั่ง ส.ป.ก.เอาคืนที่ดิน ส.ป.ก. 5 ล้านไร่ ยึดสวนยางรุกป่า 6 ล้านไร่
เกษตรฯ เด้งรับนโยบายจัดที่ดิน สั่ง ส.ป.ก.เอาคืนที่ดิน ส.ป.ก. 5 ล้านไร่ ยึดสวนยางรุกป่า 6 ล้านไร่
นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กำลังรวบรวมที่ดินมาจัดสรรให้ประชาชนตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยจะนำที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ซึ่งมีประมาณ 5 ล้านไร่ ที่มีการครอบครองอย่างผิดกฎหมาย มาจัดสรรให้กับประชาชนผู้ไร้ที่ทำกิน จากที่จัดสรรไปแล้ว 36 ล้านไร่ โดยได้มอบให้ ส.ป.ก.ทุกพื้นที่เข้าไปเร่งดำเนินการเอาพื้นที่คืนอย่างเร่งด่วน
“หากพบว่าผู้ครอบครองรายเดิม แต่ไม่ทำการเกษตร ก็จะมีการแจ้งให้ทำประโยชน์ กรณีเปลี่ยนมือและไม่ใช่เกษตรกร ให้แจ้งรื้อถอน และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และให้เร่งรัดนำที่ดินคืนมาเพื่อจัดสรรให้เกษตรกร เพราะนายกฯ สั่งการแล้วมา 3 เดือน จะต้องคืบหน้า และต้องมีแผนปฏิบัติการรายงานนายกฯ ในทุก 3 เดือน” นายชวลิต กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ จะนำนโยบายการจัดโซนนิ่งและการพัฒนาส่งเสริมเกษตรกรตามแนวพระราชดำริ มาส่งเสริมอาชีพเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน โดยข้อมูลจำนวนเกษตรกรที่ไร้ที่ดินทำกินที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ในสมัยนายธีระ วงศ์สมุทร เป็น รมว.เกษตรฯ ประมาณ 3 แสนราย
นอกจากนี้ จากการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และกรมป่าไม้ พบว่ามีที่ดินของกรมป่าไม้ที่ถูกบุกรุกทำสวนยางพาราอีกประมาณ 6 ล้านไร่ ซึ่ง จะดำเนินการเรียกคืนมาจัดสรรใหม่
แหล่งข่าวคณะอนุกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงว่า ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นเบื้องต้นว่า ในกรณีของพื้นที่ปลูกสวนยางพาราที่บุกรุกป่า หากยางอายุไม่ถึง 10 ปี จะโค่นทั้งหมด แต่หากอายุเกิน 10 ปีขึ้นไป จะให้โค่น แค่ 30% เพื่อนำมาคืนเป็นพื้นที่ป่า และให้นำพื้นที่เหล่านั้นมาจัดการสวนยางผ่านรูปแบบสหกรณ์ โดยพื้นที่ทั้ง 6 ล้านไร่ พบว่าเป็นสวนยางในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ต้องคืนไปถึง 2 ล้านไร่
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เห็นด้วยกับการ ที่รัฐบาลจะออกเอกสารสิทธิทำกินให้ใน รูปแบบสหกรณ์ แทนการให้สิทธิรายบุคคล ซึ่งสามารถขายหรือเปลี่ยนมือได้ง่าย
อย่างไรก็ตาม ก็ต้องระวังเช่นกันเนื่องจากยังมีช่องโหว่ เช่น การออก นค.1 และ นค.3 ของกรมประชาสงเคราะห์ หรือการออกออกเอกสารสิทธิ กสน.3 และ กสน.5 ของสหกรณ์นิคมการเกษตร ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่เกษตรกรนำไปออกโฉนดได้และสุดท้ายก็นำออกมาขายที่เมื่อได้ กสน.5 จะสามารถนำไปออกโฉนดที่ได้ดินได้เช่นกัน ดังนั้นเห็นว่าคณะกรรมการนโยบายที่ดินฯจะต้องวางกรอบให้ชัดเจนเพื่อป้องกันการนำสิทธิไปขายกันอีก
ทั้งนี้มีรายงานว่าที่ดินของรัฐที่อยู่ระหว่างการดำเนินการเรียกคืนเช่นที่ดินสปก.5ล้านไร่
โดยการประชุมร่วมของกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมื่อ 27 ต.ค. 2557 ที่ผ่านมาพบว่า สถานะที่ดินที่สปก.มีการกันคืนกรมป่าไม้จากที่ได้รับมอบทั้งหมด 44 ล้านไร่ กันคืนกรมป่าไม้แล้ว 13.63 ล้านไร่
การตรวจสอบของสปก.และกรมป่าไม้ในพื้นที่มีสภาพป่าเพื่อกันคืน 2 ล้านไร่ และเป็นที่ดินป่าไม้ที่มีการบุกรุกทำสวนยางพารา ประมาณ 6 ล้านไร่ และเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลต้องการให้มีการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ 40 % ดังนั้นในส่วนของพื้นที่ สปก.และที่ทับซ้อนกับพื้นที่ป่า







