
ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
ประยุทธ์วางแนวทางร่างรธน.ไม่่แก้แค้น สนช.เปิดช่องถอดถอนปูส่งตัวแทนแจงได้ั
ประยุทธ์วางแนวทางร่างรธน.ไม่่แก้แค้น สนช.เปิดช่องถอดถอนปูส่งตัวแทนแจงได้ั
พล.อ.ประยุทธ์ ส่งซิกร่างรัฐธรรมนูญไม่คิดแก้แค้น ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ว่า ได้กล่าวในที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ว่า การร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
“ทุกอย่างถ้ามีศูนย์กลางอยู่ที่ประชาชน ทุกงานทุกกระทรวง ประชาชนคือศูนย์กลางก็จะคิดออกหมด ไม่ใช่เอาเรื่องความขัดแย้ง ไม่ใช่เอามาเพื่อมีการต่อสู้กันอีกในวันหน้า ปัญหาส่วนใหญ่ก็มาจากกฎหมายมาจากรัฐธรรมนูญวันนี้ก็ต้องยอมรับกันว่าเป็นกติกาแล้วเดินต่อไป” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า ไม่อยากให้เกิดการโต้แย้งกันอีกในเนื้อหาของรัฐธรรมนูญตอนนี้ยังไม่เห็นสักบรรทัด แต่มาคาดการณ์อย่างโน้นอย่างนี้ก็ตอบท่านไม่ได้เหมือนกันว่าจะออกมาอย่างไร เพราะฉะนั้นอย่าเอามาต่อสู้ผิดถูกกันเลยตอนนี้ เอาประชาชนเป็นศูนย์กลางดีกว่า
นายกฯ กล่าวอีกว่า การร่างรัฐธรรมนูญต้องแล้วเสร็จภายใน 120 วัน เพราะฉะนั้นในระหว่างนี้มีการรับฟังมาตลอดทุกช่องทางแต่ไปทำที่อื่นมาค่อนข้างจะลำบาก อย่างไรก็ตามจะพยายามหาช่องทางอื่น
ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวถึงการสร้างความปรองดองด้วยว่าจากการพูดคุยกับนายโทนี่ แบลร์ อดีตนายกฯ อังกฤษ ได้ให้คำแนะนำเรื่องการสร้างความปรองดองอย่างน่าสนใจ โดยนายโทนี่ แบลร์ กล่าวไว้ว่า การปรองดองจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อสังคมมีความรู้สึกอยากแบ่งปันมากกว่าแบ่งแยก สังคมจะต้องอยู่ในสถานการณ์ที่พูดถึงการปรองดอง ยอมรับความแตกต่างและความไม่พอใจ
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า การพิจารณาคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในประเด็นทุจริตโครงการรับจำนำข้าวจะเป็นการพิจารณาตามกระบวนการเหมือนนายสมศักดิ์และนายนิคม แต่อดีตนายกฯ สามารถชี้แจงได้ด้วยตัวเองหรือมอบอำนาจให้ตัวแทนมาทำหน้าที่ชี้แจงในเรื่องดังกล่าวได้
สำหรับกระบวนการพิจารณาคดีถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร อาจขอมติจากที่ประชุมแยกสำนวนหรือพิจารณาร่วมกัน โดยการพิจารณาจะเป็นไปอย่างเปิดเผย เว้นแต่ช่วงลงมติเท่านั้นเป็นความลับ







