
ทองปีหน้าส่อดิ่ง13% ดอลลาร์แข็งฉุดราคาร่วง
ราคาทองคำอาจจะปรับลดลงอย่างน้อย 13% ในปีหน้าเนื่องจากค่าเงินสกุลเหรียญสหรัฐที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นส่งผลให้ราคาโลหะมีค่าดังกล่าวร่วงลงอย่างหนักต่อเนื่อง
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
บลูมเบิร์ก รายงานเชิงวิเคราะห์ว่า ราคาทองคำอาจจะปรับลดลงอย่างน้อย 13% ในปีหน้าเนื่องจากค่าเงินสกุลเหรียญสหรัฐที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นส่งผลให้ราคาโลหะมีค่าดังกล่าวร่วงลงอย่างหนักต่อเนื่อง
บาร์นาบัส กัน นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารโอเวอร์ซี-ไชนีส แบงก์กิ้ง คอร์ปอเรชั่น (โอซีบีซี) ในสิงคโปร์ ให้ความเห็นว่า ราคาทองคำอาจลดลงแตะระดับ 1,000 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ หรือต่ำกว่านั้นขึ้นอยู่กับการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลก แม้ความต้องการทองคำของจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นผู้บริโภครายใหญ่จะเพิ่มมากขึ้น ทว่าก็ยังมีปริมาณไม่มากพอที่จะช่วยพยุงให้ราคาทองในตลาดโลกปรับเพิ่มสูงขึ้น
สอดคล้องกับคาดการณ์ของ โกลด์แมน แซคส์กรุ๊ป โซไซตี้ เจเนรัล เอสเอ และ เอบีเอ็น แอมโรกรุ๊ป ที่ต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า ราคาทองคำแท่งวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ทรุดตัวลงต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2010 ขณะที่เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นมากที่สุดในรอบเกือบ 5 ปี เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักทั้ง10 สกุล
นอกจากนี้ ทางด้านซีเอ็นเอ็นมันนี่ ระบุว่า ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลงอย่างหนักในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จากค่าเฉลี่ยราคาทองคำในปีนี้จากเดิมที่เคยอยู่ในระดับ 1,250 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ทว่า ณ ปัจจุบัน ราคาซื้อขายโลหะมีค่าชนิดนี้กลับย่อตัวหลุดระดับ 1,145 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์แล้วซึ่งเป็นราคาที่ต่ำที่สุดในรอบ 4 ปี เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐยังคงเติบโตอย่างสดใส ผนวกกับค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้น รวมถึงรู้สึกผ่อนคลายเกี่ยวกับความกังวลเรื่องอีโบลา และความตึงเครียดกับรัสเซียอีกทั้งชาติตะวันตกยังสามารถควบคุมกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ได้
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ราคาทองคำตลาดฟิวเจอร์สโคเมกซ์ของสหรัฐ งวดส่งมอบเดือน ธ.ค.ดิ่งลง 1.7 เหรียญสหรัฐ ปิดที่ 1,144 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ เช่นเดียวกับราคาทองในตลาดสปอตในสหรัฐวันเดียวกัน ที่ร่วงลง 4 เหรียญสหรัฐ สู่ระดับ1,144.50 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์







