posttoday
องอาจเตรียมตั้งคณะทำงานมอนิเตอร์ วิทยุ –โทรทัศน์

องอาจเตรียมตั้งคณะทำงานมอนิเตอร์ วิทยุ –โทรทัศน์

08 มิถุนายน 2553

องอาจเครื่องร้อน เตรียมตั้งคณะทำงานมอนิเตอร์ วิทยุ –โทรทัศน์ ยันไม่แทรกแซงสื่อ แต่เร่งเอาผิดสื่อที่ทำผิดกฎหมาย

องอาจเครื่องร้อน เตรียมตั้งคณะทำงานมอนิเตอร์ วิทยุ –โทรทัศน์ ยันไม่แทรกแซงสื่อ แต่เร่งเอาผิดสื่อที่ทำผิดกฎหมาย

นาย องอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานร่วมกับสื่อในฐานะที่ควบคุมดูแลสื่อว่า คิดว่าในสถานการณ์ที่บ้านเมืองเพิ่งผ่านวิกฤตทางการเมืองมาอันเนื่องมาจากประชาชนที่มีความเห็นต่างกัน ก็น่าจะเป็นภาระค่อนข้างหนักในการที่จะใช้กระบวนการในการสื่อสารทุกช่องทางเพื่อทำให้ประชาชนที่มีความเห็นต่างกันอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ใช้ความรุนแรง ก็จะต้องใช้กระบวนการสื่อสารในการสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นในสังคมให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้  เชื่อว่าขณะนี้ทุกคนอย่างอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างปกติสุขเหมือนในอดีต

 

องอาจเตรียมตั้งคณะทำงานมอนิเตอร์ วิทยุ –โทรทัศน์ องอาจ

ทั้งนี้ คิดว่าต้องมีการตั้งคณะกรรมการ หรือคณะทำงานที่ไม่ใหญ่มากนัก โดยจะดูเรื่องวิทยุ-ทีวี   เพื่อคอยมอนิเตอร์ข่าวโดยเฉพาะวิทยุและโทรทัศน์ หากมีสถานีใดทำผิดจะตักเตือนก่อนดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อเป็นการลดขั้นตอนการปฏิบัติงานให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะที่ผ่านมากว่าเจ้าหน้าที่จะรวบรวมข้อมูลเอาผิดได้ใช้เวลานานมา  ส่วนรายชื่อนั้นจะปรึกษากับนายกฯ อีกครั้ง

สำหรับสื่อที่ผิดกฎหมายและทำให้เกิดความแตกแยกนั้น   ส่วนตัวเห็นว่าสื่อส่วนใหดำเนินไปตามวิชาชีพอย่างถูกต้องเหมาะสมอยู่แล้ว  แต่ก็อาจจะมีบ้างที่ทำอะไรโดยไม่ถูกทำนองครองธรรมของวิชาชีพซึ่งตรงนี้ก็จะมีกฎหมายเข้าไปกำกับดูแลให้เป็นไปตามกฎหมายไม่เช่นนั้นก็จะมีการละเมิดกฎหมายมากขึ้นเรื่อย ๆ และอาจจะยากที่จะแก้ไข  และต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งก็มีการละเมิดกันมานานจนปะทุและเกิดความรุนแรงขึ้น เพราะฉะนั้นหลังจากนี้ไปเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายก็คงต้องร่วมมือกันทำงานอย่างแท้จริง

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่เมื่อเปลี่ยนรัฐมนตรีที่กำกับดูแลก็จะมีการปฏิรูปทุกครั้ง นายองอาจ กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าช่อง 11 ก็มีสิ่งดี ๆ อะไรอยู่เยอะ อะไรที่เป็นสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมอยู่แล้วก็จะรักษาไว้ แต่การปรับเปลี่ยนแต่ละครั้งก็จะเป็นไปตามสภาวการณ์ในขณะนั้น เมื่อสภาวการณ์เปลี่ยนไป การเปลี่ยนแปลงก็อาจจะเกิดขึ้นได้แต่สิ่งที่สุดคือเป้าหมายของการทำงาน ไม่ว่าจะเปลี่ยนอย่างไรก็ตามเป้าหมายการทำงานก็ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนโดยรวม

ส่วนเรื่องวิทยุชุมชนนั้น รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า วิทยุชุมชนส่วนมากถือว่าใช้ได้และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนจริง ๆ  มีไม่มาก แค่บางสถานีที่เป็นปัญหาอยู่ และที่ผ่านมานายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย    แก้ปัญหาไปบ้างแล้ว  ส่วนตัวคงเข้าไปแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนที่ยังเป็นปัญหาอยู่ สำหรับส่วนที่ดีอยู่แล้วก็ต้องส่งเสริมสนับสนุนกันให้วิทยุชุมชนเป็นที่พึ่ง ที่หวังของชุมชนอย่างแท้จริง 

ส่วนกรณีทีวีดาวเทียมที่อัพลิงค์มาจากต่างประเทศทำให้ไม่สามารถระงับการเผยแพร่ได้จะแก้ปัญหาอย่างไร รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ยอมรับว่าในทางเทคนิคมีการพัฒนาไปค่อนข้างมาก ก็ต้องไปดูในหลาย ๆ เรื่อง โดยนเฉพาะในเรื่องของกฎหมายว่าจะสามารถครอบคลุมในส่วนนี้ได้หรือไม่ หรือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กส.ทช.) ที่กำลังจะเกิดขึ้นก็จะต้องมีการประสานกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนหน้านี้นายสาทิตย์ บอกว่าจะมีการร่างระเบียบขึ้นมาใหม่ จะมีการสานต่อหรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ตนเองได้คุยกับนาย สาทิตย์ แล้ว โดยจะไปดูว่าหลังจากนี้จะออกเป็นระเบียบหรือกฎหมายให้สามารถบังคับได้อย่างแท้จริง  แต่ที่สำคัญก็คือเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายก็ต้องสามารถดำเนินการได้จริงด้วย

"อยากฝากประชาชนว่าผมจะพยายามใช้กระบวนการของการสื่อสารเพื่อให้ประชาชนสามารถรับรู้ข่าวสารและใช้ความคิดพิจารณาเพื่อให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข แม้ว่าเราจะมีความเห็นที่แตกต่างกัน แต่ก็เชื่อว่าเราจะอยู่ร่วมกันได้ในสังคมประชาธิปไตย"รมต.ประจำสำนักฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าการมารับตำแหน่งนี้ถือว่ากดดันหรือไม่ เพราะหลายส่วนฝากความหวังไว้มาก นายองอาจ กล่าวว่า “ก็เห็นสื่อเริ่มวิพากษ์วิจารณ์แล้วนี่ ว่าองอาจ งานเข้าแล้ว” ก็ถือว่าเป็นธรรมดา ไม่มีปัญหาอะไร ที่ผ่านมาตนก็ทำงานหนักมาตลอดชีวิตอยู่แล้ว  ส่วนเรื่องสื่อที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลนั้น ความจริงสื่อมีสิทธิเสรีภาพอยู่แล้ว ยกเว้นสื่อที่ทำผิดกฎหมายเท่านั้นที่เราจะไปดำเนินการให้ถูกต้องเป็นไปตามกฎหมาย ตนเองคงไม่ไปจำกัดเรื่องของสิทธิเสรีภาพ เพียงแต่กฎหมายถือว่าจำเป็น สังคมเราจะได้อยู่ร่วมกันได้

เมื่อถามว่าภายใต้พรก.ฉุกเฉิน จะทำอะไรได้บ้าง ได้วางกรอบที่จะทำกับสื่อเหล่านั้นอย่างนั้นอย่างไรบ้าง นายองอาจ กล่าวว่า ไม่ว่าจะมีพรก.ฉุกเฉิน หรือไม่ก็จะพยายามทำงานในหลักการเดียวกันโดยยึดประโยชน์ของส่วนรวมมากที่สุด

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท