
ไม่พอใจโอบามา
ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐสิ้นสุดไปแล้ว และผลที่ออกมาก็แน่ชัดแล้วว่า ชาวสหรัฐส่วนหนึ่งไม่พอใจผลการทำงานในด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดี บารัก โอบามา เท่าไหร่นัก และหันไปลงคะแนนให้รีพับลิกันแทน ทำให้ในขณะนี้ทั้งสภาสูงและสภาล่าง ถูกควบคุมไปด้วยเสียงส่วนใหญ่ของพรรครีพับลิกัน และเชื่อว่าจะยิ่งทำให้ประธานาธิบดีโอบามาทำงานได้ยากมากขึ้น
ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐสิ้นสุดไปแล้ว และผลที่ออกมาก็แน่ชัดแล้วว่า ชาวสหรัฐส่วนหนึ่งไม่พอใจผลการทำงานในด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดี บารัก โอบามา เท่าไหร่นัก และหันไปลงคะแนนให้รีพับลิกันแทน ทำให้ในขณะนี้ทั้งสภาสูงและสภาล่าง ถูกควบคุมไปด้วยเสียงส่วนใหญ่ของพรรครีพับลิกัน และเชื่อว่าจะยิ่งทำให้ประธานาธิบดีโอบามาทำงานได้ยากมากขึ้น
แม้ว่าในภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นจากเดิมมาก และมีอนาคตที่ดีกว่าหลายๆ เขตเศรษฐกิจของโลก ไม่ว่าจะเป็น ยุโรป จีน หรือญี่ปุ่น
แต่ในเนื้อแท้แล้ว เศรษฐกิจสหรัฐก็มีช่องโหว่ที่ทำให้ชาวอเมริกันไม่พอใจในผลงานด้านเศรษฐกิจของโอบามานัก มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
ประการแรก เรื่องการจ้างงาน ดังที่เรียนท่านผู้อ่านไว้หลายต่อหลายครั้งว่า แม้ว่าตัวเลขการว่างงานของสหรัฐจะดีขึ้นกว่าเดิมมากคืออยู่ที่ในระดับ 5.9% ในปัจจุบันจากเดิมที่ราวๆ เกือบ 10% ในช่วงปี 2009 ครับ
และที่สำคัญตัวเลขการจ้างงานนี้จะดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะในสหรัฐยังมีคนว่างงานที่เลิกออกจากระบบงานไปเรื่อยๆ ครับ ตัวเลขที่ดีขึ้นไม่ได้หมายความว่าคนสหรัฐจะกลับมามีงานทำได้ทั้งหมดเหมือนกับช่วงก่อนวิกฤต
ประการต่อมา คือรายได้ของมะกันชนนั้นไม่ได้เพิ่มขึ้นหรือมีการพัฒนาขึ้นแต่อย่างใด โดยอยู่ที่ระดับประมาณ 797 เหรียญสหรัฐ/สัปดาห์ ซึ่งเกือบจะเป็นระดับเดียวกับเมื่อปี 2007 นั่นหมายความว่า รายได้ของคนสหรัฐแทบจะไม่ขยับขึ้นเลยแต่อย่างใด และประเด็นนี้คือสิ่งที่ชาวสหรัฐไม่พอใจโอบามานัก
ประการสุดท้าย คือ ตลาดหุ้น นับตั้งแต่โอบามาเข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศในช่วงต้นปี 2009 ต้องยอมรับว่าตลาดหุ้นสหรัฐได้เข้าสู่ภาวะกระทิงอย่างรุนแรง ราคาหุ้นปรับขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ผ่านการใช้คิวอี และการใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำ
แต่ทว่า ชาวสหรัฐก็มองว่าผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากตลาดหุ้นที่หวือหวานี้จะเป็นกลุ่มคนรวยชนชั้นสูง และชนชั้นกลางสูงมากกว่า ความมั่งคั่งที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นไม่ได้กระจายไปถึงมือชาวอเมริกันทุกคน เรียกได้ว่ารวยกระจุกอยู่แต่กับที่วอลสตรีทเท่านั้นครับ
ความไม่พอใจเหล่านี้ได้รับการแสดงออกผ่านการเลือกตั้งกลางเทอมที่ผ่านมา และยังคาดว่าจะเป็นการส่งสัญญาณถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไปที่จะมีขึ้นในปี 2016 อีกด้วย อันจะเป็นการบ้านข้อใหญ่ที่พรรคเดโมแครตต้องกลับไปคิดหนักกันทีเดียว







