
สนช.ประชุมลับถกถอดถอน นิคม-สมศักดิ์
สนช.มีมติ 96 ต่อ 1 ไม่ลงคะแนน 75 ให้ประชุมลับพิจารณาปมถอดถอน นิคม-สมศักดิ์ เริ่มถก 10.50 น.
สนช.มีมติ 96 ต่อ 1 ไม่ลงคะแนน 75 ให้ประชุมลับพิจารณาปมถอดถอน นิคม-สมศักดิ์ เริ่มถก 10.50 น.
เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม ซึ่งที่ประชุมมีมติให้เลื่อนวาระเรื่องรายงานและสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กรณีกล่าวหานายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และกล่าวหานายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา กรณีดำเนินการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี2550 เกี่ยวกับที่มา สว. เป็นการกระทำที่ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญปี2550 ว่าเป็นความผิดที่อยู่ในอำนาจของสนช. ที่จะถอดถอน ตามข้อบังคับการประชุม สนช. หรือไม่ ซึ่งเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมสนช. เมื่อวันที่ 17ต.ค. ซึ่งวาระดังกล่าวอยู่ในระเบียบวาระการประชุมลำดับที่ 7 เรื่องอื่นๆ ขึ้นมาเป็นเรื่องแรก
นายสมชาย แสวงการ สนช. ในฐานะเลขานุการวิป สนช.เสนอญัตติให้พิจารณาเรื่องนี้เป็นการประชุมลับ แต่สมาชิกสนช.ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่จะมีการประชุมลับ อาทิ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ นายตวง อันทะไชย ลุกขึ้นแย้ง โดยนายวัลลภ กล่าวว่าการประชุมเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่เป็นการประชุมลับ สมาชิกแสดงความคิดเห็นหมดแล้ว จึงไม่ควรมีอะไรเป็นความลับอีก เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ และสนช.กำลังเป็นหินรองทอง สังคมกำลังจับตาดูอยู่จึงอยากให้ประชุมเปิดเผยว่าหากมีมติรับคืออะไร และหากไม่รับคืออะไร
นพ.เจตน์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ ควรอภิปรายข้อกฎหมาย ไม่ควรให้สภาเสียเวลาย้อนกลับไปอภิปรายข้อเท็จจริงอีก ข้อกฎหมายก็ไม่มีอะไรที่พาดพิงบุคคลที่3 หากประชุมเปิดเผย ประชาชนจะได้ทราบว่า สนช.มีประเด็นอะไร อำนาจที่ตกลงกันมีอำนาจหรือไม่ เพราะขณะนี้มีความเห็นแบ่งเป็น 2 ขั้ว หากประชุมลับประธานสนช. ต้องแถลงข่าวและไม่สามารถเก็บรายละเอียดสมาชิกได้มากเพียงพอ
สุดท้ายหลังสมาชิก นายพรเพชร ให้สมาชิกลงมติ ปรากฏว่าที่ประชุมมีมติด้วยคะแนน 96 ต่อ 1 คะแนน ให้ประชุมลับ และไม่ลงคะแนน 75 คะแนน ทำให้ที่ประชุมต้องพิจารณาวาระดังกล่าวเป็นการประชุมลับ เริ่มเวลา 10.50 น.







