
หม่อมอุ๋ยรีดภาษีมรดก-ที่ดินดิ้นล้างหนี้จำนำข้าว
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งปิดบัญชีความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลชุดก่อน ตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2554 จนถึงวันที่ 22 พ.ค. 2557 ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ ส่วนสาเหตุที่ล่าช้าเนื่องจากเพิ่งจะตรวจปริมาณข้าวที่เหลือค้างในโกดังทั่วประเทศเสร็จ
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งปิดบัญชีความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลชุดก่อน ตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2554 จนถึงวันที่ 22 พ.ค. 2557 ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ ส่วนสาเหตุที่ล่าช้าเนื่องจากเพิ่งจะตรวจปริมาณข้าวที่เหลือค้างในโกดังทั่วประเทศเสร็จ
ทั้งนี้ หนี้ที่เกิดขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าวนั้น ไม่ถือเป็นภาระหนี้ที่รัฐบาลชุดนี้จะต้องควักเงินมาจ่ายเพิ่ม เนื่องจากเป็นตัวเลขที่อยู่ในธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) อยู่แล้ว เพียงแต่รัฐบาลต้องพยายามหารายได้จากการจัดเก็บภาษีให้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพื่อนำรายได้บางส่วนไปใช้ล้างหนี้
“ตอนนี้ภาษีมรดกน่าจะเป็นตัวใหญ่ที่รัฐบาลจะจัดเก็บ เพราะเป็นการเก็บจากคนรวย ไม่มีผลกระทบต่อคนที่มีรายได้น้อย นอกจากนี้ในอนาคตจะมีการผลักดันกฎหมายจัดเก็บภาษีตัวอื่นๆ ตามมา เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งในวันที่ 11 พ.ย.นี้ จะเสนอเข้า ครม.อีกรอบ หากผ่านความเห็นชอบจาก ครม.แล้ว จะส่งเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา คาดว่าภายใน 34 เดือนจากนี้ กฎหมายลูกภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างน่าจะออกมา” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว
ในการเสวนา “สู่แนวคิดใหม่ของนโยบายอุดหนุนภาคการเกษตร บทเรียนจากนโยบายจำนำข้าว” นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่ประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยการคอร์รัปชั่น กรณีศึกษาโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ด กล่าวว่า การระบายข้าวสารในสต๊อกจากโครงการรับจำนำข้าว 34-35 ล้านตัน หากต้องใช้เวลาระบายข้าวนานถึง 10 ปี จะยิ่งทำให้ผลขาดทุนเพิ่มขึ้นจาก 6.6 แสนล้านบาท ในราคาตลาดปัจจุบัน เป็น 9.6 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม การปล่อยข้าวสารไว้นานเป็น 10 ปี นอกจากข้าวจะเสื่อมสภาพมากกว่าที่เป็นอยู่แล้ว ยังจะกดดันราคาข้าวในประเทศให้ต่ำลง จึงเสนอให้โละทิ้งข้าวเสื่อมคุณภาพ ด้วยการนำไปบริจาคให้โครงการ world food program เพื่อระบายปริมาณข้าวในสต๊อก จะช่วยลดต้นทุนค่าบริหารจัดการในอนาคตได้ อย่าคิดเอาไปทำเอทานอล เพราะการทำเอทานอลจากข้าวต้นทุนสูง ไม่คุ้ม
ด้าน อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า รัฐไม่ควรแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรที่มีการส่งออก เพราะการแทรกแซงจะทำให้ราคาสูงขึ้นไม่สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้ ที่สำคัญโครงการรับจำนำไม่ได้ช่วยเกษตรกรยากจน เพราะเกษตรกรยากจนไม่ได้ประโยชน์จากโครงการนี้ มีแต่เกษตรกรที่รวยและมีฐานะปานกลางที่ได้ประโยชน์
ลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ไม่ชอบทั้งโครงการรับจำนำและประกันรายได้ เพราะไม่ไว้ใจนักการเมืองที่มักมีวิธีคิดแต่เรื่องการเอาชนะกัน และทุกโครงการได้สร้างภาระต่อหนี้สาธารณะทั้งนั้น
วิชัย ศรีประเสริฐ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การแข่งขันทางการเมืองสำคัญกว่าเศรษฐกิจ นักการเมืองต้องการผูกขาดการเป็นรัฐบาลจึงต้องหาวิธีให้ชนะเลือกตั้ง และเป็นปัจจัยหลักที่นำมาสู่ความเสียหายที่เกิดขึ้น การตั้งราคารับจำนำข้าวให้สูง ทำให้พ่อค้าไม่มีสิทธิแย่งซื้อกับรัฐบาล ขณะที่การระบายข้าว 18 ล้านตัน ออกไปนั้นคงต้องใช้เวลานานกว่า 3 ปี นอกจากนี้หากรัฐบาลต้องการช่วยเกษตรกรก็ควรสนับสนุนด้านรายได้มากกว่าแทรกแซงด้านราคา เพราะการแทรกแซงด้านราคาก่อให้เกิดผลเสียตามมามาก







