สปช.เหลือเวลา44 วันทำความเห็นส่งกมธ.ยกร่างฯ
"บวรศักดิ์" เผย สปช.เหลือเวลาอีก 44 วัน ในการจัดทำข้อความเห็นเสนอ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมแบ่งงาน กมธ.
"บวรศักดิ์" เผย สปช.เหลือเวลาอีก 44 วัน ในการจัดทำข้อความเห็นเสนอ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมแบ่งงาน กมธ.
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คนที่ 1 ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงข่าวภายหลังการประชุมไม่เป็นทางการว่า ที่ประชุมมีฉันทามติ 2 เรื่อง 1.มีการแบ่งงานในคณะกมธ.ด้านต่างๆ โดยจะมี รองประธานกมธ. จำนวน 6 คน โดยจะเรียงลำดับอาวุโส คือ นายกระแส ชนะวงศ์ , นายมานิจ สุขสมจิตร , นายสุจิต บุญบงการ , นางนรีวรรณ จินตกานนท์ , นายปรีชา วัชราภัย และ นายชูชัย ศุภวงศ์ เป็นรองประธาน คนที่ 6
ขณะที่ตำแหน่งที่ปรึกษากมธ. ประกอบด้วย นายประสพสุข บุญเดช เป็นประธาน นายจรูญ อินทจาร เป็นรองประธานที่ปรึกษา และ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช เป็นที่ปรึกษา ส่วนตำแหน่งเลขานุการกมธ. คือ นายดิสทัต โฟตระกิตย์ กับ นางกาญจนรัตน์ ลีวิโรจน์ และยังให้มีโฆษกอีก 6 คน คือ พล.อ.เลิศรัตน์ , นายคำนูญ สิทธิสมาน , น.ส.สุภัทรา นาคะผิว , นายวุฒิสาร ตันไชย , พล.ท.นาวิน ดำริกาญจน์ และ นายปกรณ์ ปรียากร
สำหรับเรื่องที่ 2 ที่ประชุมยังได้กำหนดแนวทางทำงาน โดยจะแยกอนุกมธ.ออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.อนุกมธ.ว่าด้วยกระบวนการทำงาน โดยแยกออก 3 คณะ 1.คณะอนุกมธ.บันทึกเจตนารมย์และจัดทำจดหมายเหตุ โดยมีนายคำนูญ เป็นประธาน 2.อนุกมธ.การมีส่วนร่วมและรับฟังความเห็นชองประชาชน ที่มีนางถวิลวดี บุรีกุล เป็นประธาน และ3.อนุกมธ.ประสานเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากสปช.และองค์กรต่างๆ ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 กำหนด โดยจะต้องไม่ทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกับสปช.
2.อนุกมธ.ว่าด้วยเนื้อหาของการทำงาน อย่างไรก็ตาม จะนำรายชื่อและข้อเสนอทั้งหมดเข้าสู่การประชุมของคณะกมธ.ในวันที่ 6 พ.ย. เพื่อให้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบอย่างเป็นทางการต่อไป นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีการพูดคุยกันเรื่องกรอบเวลาในการประชุม และการให้สื่อมวลชนเข้ารับฟัง รวมถึงการพิจารณาว่าจะดึงคู่ขัดแย้งเข้าร่วมหรือไม่ ซึ่งทั้งหมดยังไม่ได้ข้อยุติ
ทั้งนี้ หากนับจากวันนี้ (5พ.ย.) สปช.ยังเหลือเวลาจัดทำความเห็นและข้อเสนอแนะต่อคณะกมธ.ยกร่างฯ อีก 44 วัน โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ ซึ่งเป็นกรอบระยะเวลา 60 วันตามรัฐธรรมนูญกำหนด นับจากวันที่สปช.ได้ทำการประชุมครั้งแรกในวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา และหลังจากนั้นคณะกมธ.ก็จะเริ่มยกร่างรัฐธรรมนูญกันทันที แต่ในระหว่างนี้ก็จะเริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็นคู่ขนานกับสปช.ไปด้วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงความเห็นในการให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังการประชุมเพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของคณะกมธ.ยกร่างฯ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ไม่สนใจที่จะให้สื่อนั่งฟังตลอดเวลา เพราะไม่มีอะไรจะปิดบัง ถ้าจะให้ถ่ายทอดสดยังได้ แต่ตั้งแต่ปี 2548-2557 มีความขัดแย้งมายาวนาน 9 ปี มีสี มีจุดยืน ถ้าเราจะทำให้รัฐธรรมนูญนี้เป็นแบบตาบอดสีเหมือนที่อาจารย์วิษณุ เครืองาม ว่าไว้ ก็แปลว่าบางทีต้องจับเข่าคุยให้ทิ้งจุดยืนเดิม แล้วดูอนาคต ตาบอดสี คือ ไม่เห็นสีเหลือง สีแดง สีธงชาติ หรือสีอะไรทั้งนั้น ถ้าสื่ออยู่หรือถ่ายทอด บทบาทที่ยึดโยงกับอดีตมันก็จะทำให้เขาต้องถูกดึงไปสู่อดีต เราอยากจะอยู่กับอดีตหรืออนาคต ถ้าเราอยากผูกกับอดีต คนที่เสื้อเหลืองแล้วต้องมาแสดงจุดยืนเหลืองก็ถ่ายทอด แต่ถ้าเราอยากดูอนาคตกันก็อย่าไปผูกกับเสื้อสีในอดีต สื่อก็ต้องยอมรับว่ามันพูดไม่ได้ในการถ่ายทอด
ขอร้องสื่อทั้งหมดถ้าจะเมตตาและเข้าใจอะไรที่เปิดเผยได้เราจะเปิด ไม่ต้องห่วง แต่อะไรที่เปิดไม่ได้ต้องคุยกันให้รู้ดำรู้แดงก็ต้องพูดคุยกันในห้อง ตรงนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของประธาน ไม่รู้กรรมาธิการจะเห็นด้วยหรือไม่ ให้รู้ไว้ด้วยว่าผมและกรรมาธิการทราบว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ง่ายที่จะทำ เพราะว่า สื่อหลายสื่อเริ่มจากการมีทัศนคติไม่เป็นบวกกับคณะกรรมาธิการ เราสำนึกและตระหนักดี อะไรก็ตามที่จะทำให้ความรู้สึกดีขึ้นอยากทำทั้งสิ้น แต่ถ้าทำให้ความรู้สึกดีขึ้นอย่างเดียว แต่เนื้อหาไม่ได้เรื่องเลย ผมก็เลือกเนื้อหา







