
"นกหวีด"พาเหรดปฏิรูป
ภาพรวมของคณะ กมธ.ยกร่างฯ 36 คนมีบุคคลที่เป็นแนวร่วม ต่อต้านรัฐบาลพรรคเพื่อไทยอยู่หลายคน
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
เผยโฉมหน้าออกมาอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 36 คน เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เลือกประธานคณะ กมธ.ยกร่างฯ และ กมธ.ยกร่างฯ รวมกัน 11 คน เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเท่ากับคณะ กมธ.ยกร่างฯ มีความสมบูรณ์ครบองค์ประกอบทุกประการ
สำหรับรายชื่อ 11 คน ที่ออกมานับว่าไม่ได้เหนือความคาดหมายมากนัก โดยเฉพาะตำแหน่งประธานคณะ กมธ.ยกร่างฯ ของ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เพราะเป็นชื่อเดียวที่อยู่ในใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.มาตลอด ด้วยเหตุผลที่อาจารย์บวรศักดิ์กำลังเสร็จสิ้นในการปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ทำให้มีเวลาเต็มที่เพื่องานใหญ่ในครั้งนี้
ส่วน กมธ.ยกร่างฯ ที่มาจาก คสช. 5 คน พบว่าเป็นบุคคลที่อยู่ในแวดวงตุลาการศาลถึง 3 คน ได้แก่ 1.สุจิต บุญบงการ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2.จรูญ อินทจาร อดีตประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ 3.ประสพสุข บุญเดช อดีตประธานศาลอุทธรณ์และอดีตประธานวุฒิสภา
สำหรับ “อาจารย์สุจิต” นั้น ในอดีตเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 จากนั้นดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2543 พอหมดวาระก็มุ่งหน้าสู่การทำงานวิชาการ และมีโอกาสทำหน้าที่ประธานสภาพัฒนาการเมือง จนกระทั่งล่าสุด คสช.ให้เป็นกรรมการสรรหาสมาชิก สปช.ด้านการเมือง
ด้าน “จรูญ” รับเก้าอี้ประธานศาลรัฐธรรมนูญต่อจาก “วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์” เป็นหนึ่งในตุลาการศาลที่วินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 190 ว่าด้วยการให้เห็นชอบหนังสือสัญญาระหว่างประเทศของรัฐสภาไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับการวินิจฉัยว่าการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557 ขัดกับรัฐธรรมนูญ
“ประสพสุข” ปัจจุบันเป็นกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 1 ร่วมกับ “มีชัย ฤชุพันธุ์” อดีตประธาน สนช. ทั้งนี้ ประสพสุขเมื่อครั้งนั่งเก้าอี้ประธานวุฒิสภาปี 2553 ได้พยายามทำหน้าที่เป็นคนกลางเพื่อแก้ไขวิกฤตการเมืองที่มีการชุมนุมของคนเสื้อแดงแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ภายหลังหมดวาระ สว. ก็ผันตัวเป็นอาจารย์สอนกฎหมาย และได้เป็นกรรมการสรรหาสมาชิก สปช.ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
กมธ.ยกร่างฯ ในโควตา คสช. อีก 2 คน มีความสนใจตรงที่ “บรรเจิด สิงคะเนติ” เพราะในอดีตเป็นคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้ เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) นอกจากนี้ในช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ร่วมกับนักวิชาการก่อตั้งกลุ่ม สยามประชาภิวัฒน์ และเคยร่วมเวทีวิชาการของ กลุ่ม กปปส.ด้วย
ต่อด้วย “กฤต ไกรจิตติ” อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ เคยมีบทบาทเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งในกระทรวงการต่างประเทศ ในการจัดทำข้อต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารกับกัมพูชา
ขณะที่ กมธ.ยกร่างฯ 5 คน ที่ ครม.แต่งตั้งนั้น พบว่ามีดีกรีเป็นถึงอดีต กมธ.ยกร่างฯ พ.ศ. 2550 จำนวน 2 คน ได้แก่ “นครินทร์ เมฆไตรรัตน์” รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหนึ่งในกรรมการสรรหาสมาชิก สปช.ด้านการเมือง และ “ปกรณ์ ปรียากร” อดีตคณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ที่เคยขึ้นเวทีปราศรัยของกลุ่ม กปปส.
ที่เหลือ 3 คน ถือว่าเป็นนักวิชาการรุ่นใหม่และเก่าผสมกันในการเขียนรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็น “เจษฎ์ โทณะวณิก” คณบดีคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ “กระแส ชนะวงศ์” อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2544 และ “วิชัย ทิตตภักดี” อดีตกงสุลกิตติมศักดิ์ สถานกงสุลสาธารณรัฐคองโกประจำประเทศไทย และอดีตที่ปรึกษา รมช.มหาดไทย (ประมวล รุจนเสรี)
อย่างไรก็ตาม จากภาพรวมของคณะ กมธ.ยกร่างฯ จำนวน 36 คน จะเห็นได้ว่ามีบุคคลที่เป็นแนวร่วม ต่อต้านรัฐบาลพรรคเพื่อไทยอยู่หลายคน เช่น “ไพบูลย์ นิติตะวัน” อดีต สว.สรรหา “จรัส สุวรรณมาลา” อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “ชูชัย ศุภวงศ์” อดีต กมธ.ยกร่างฯ “คำนูณ สิทธิสมาน” อดีต สว.สรรหา ทำให้ต้องจับตาว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่ายหรือไม่ หรือจะซ้ำรอยกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ที่เผชิญกับข้อครหา







