
มาถูกทางหรือ?
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลกที่ต้องจับตากัน 2 ประเด็น ก็คือ การ ยุติโครงการคิวอีของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งแน่นอนว่าประเด็นนี้เป็นไปตามความคาดหมาย และก็จะส่งผลกระทบให้ทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดประเทศเกิดใหม่อย่างต่อเนื่อง
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลกที่ต้องจับตากัน 2 ประเด็น ก็คือ การ ยุติโครงการคิวอีของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งแน่นอนว่าประเด็นนี้เป็นไปตามความคาดหมาย และก็จะส่งผลกระทบให้ทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดประเทศเกิดใหม่อย่างต่อเนื่อง
ประเด็นที่ 2 ที่ต้องจับตากัน ก็คือ การประกาศเพิ่มมาตรการคิวอีของธนาคารกลางญี่ปุ่นแบบที่หลายๆ ฝ่ายไม่ทันตั้งตัว โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นประกาศเมื่อวันศุกร์เพิ่มปริมาณการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลจากเดิมที่อยู่ระหว่าง 6070 ล้านล้านเยน มาเป็น 80 ล้านล้านเยน (ประมาณ 7.21 แสนล้านเหรียญสหรัฐ)
แน่นอนว่า มาตรการนี้เป็นที่ชอบอกชอบใจของนักลงทุนญี่ปุ่นอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าตลาดหุ้นนิกเกอิเมื่อวานนี้ทะลุแนวต้านที่ 17,000 จุด เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมาทีเดียว
แต่กระนั้นต้องถามว่า ญี่ปุ่นเดินมาถูกทางแล้วหรือไม่ กับการใช้มาตรการคิวอีเช่นนี้
ย้อนความไปตั้งแต่นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ประกาศใช้นโยบายเศรษฐกิจแบบอาเบะโนมิกส์นั้น การใช้มาตรการคิวอีก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายดังกล่าว โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการแก้ปัญหาเงินฝืดในประเทศ และการกดค่าเงินเยนให้ต่ำลง
โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเงินฝืดนั้นต้องถามดูว่า ที่ผ่านมากับการใช้มาตรการคิวอีตั้งแต่แรกนั้น ญี่ปุ่นสามารถยุติวงจรเงินฝืดได้หรือไม่
ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ตัวเลขดัชนีเงินเฟ้อของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นไปที่ 1.5% ก่อนที่จะร่วงลงมาอยู่ที่ 1% ในเดือน ก.ย. ซึ่งนั่นหมายความว่ามาตรการคิวอีของธนาคารกลางญี่ปุ่นไม่ได้ช่วยให้ระดับเงินเฟ้อของประเทศกระเตื้องขึ้นอย่างเสถียรนัก
เนื่องจากปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่นโยบายการปรับขึ้นภาษีการค้าหรือภาษีมูลค่าเพิ่มของญี่ปุ่นในเดือน เม.ย.จาก 5% ไปเป็น 8% มากกว่า ที่ฉุดความเชื่อมั่น และฉุดการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นลงต่างหาก
ยิ่งไปกว่านั้น การประกาศเพิ่มปริมาณคิวอีเป็น 80 ล้านล้านเยนในครั้งนี้ ก็มีขึ้นเพื่อเป็นเกราะป้องกันล่วงหน้าเท่านั้น เพราะรัฐบาลกรุงโตเกียวก็มีแผนที่จะปรับขึ้นภาษีการค้าอีกระลอกในปีหน้า จากที่ 8% ไปเป็น 10% ซึ่งแน่ชัดว่าจะยิ่งทำให้การบริโภคของผู้บริโภคของญี่ปุ่นทรุดลงไปอีกแน่นอน
จึงสรุปได้ว่า การแก้ไขปัญหาเงินฝืดของญี่ปุ่นด้วยการใช้มาตรการคิวอีนั้นไม่ได้ผล ตราบใดที่ญี่ปุ่นยังมีแผนจะขึ้นภาษีการค้าเช่นนี้ต่อไปครับ แต่สิ่งที่คิวอีของญี่ปุ่นจะส่งผลรุนแรงมากกว่า ก็คือ การทำให้ค่าเงินเยนอ่อนลงกว่าความเป็นจริง และจะเป็นการระเบิดสงครามค่าเงินครั้งใหม่เท่านั้นครับ







