
ปรับทิศลงทุน
การเคลื่อนตัวของทุนขนาดใหญ่ ทั้งทุนไทยและทุนต่างชาติ ย่อมเป็นไปเพื่อการแสวงหากำไรเป็นเป้าหมายหลัก
การเคลื่อนตัวของทุนขนาดใหญ่ ทั้งทุนไทยและทุนต่างชาติ ย่อมเป็นไปเพื่อการแสวงหากำไรเป็นเป้าหมายหลัก
การวิ่งเข้าหารัฐบาลไทยของกลุ่มนักธุรกิจต่างประเทศ ตั้งแต่จีน ญี่ปุ่น สหรัฐ สหภาพยุโรป ฯลฯ ก็เป็นไปบนจุดมุ่งหมายเดียวกัน
ดังนั้น การส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ อย่าให้กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่เหล่านี้ยื่นเงื่อนไขต่อรองเอาแต่ประโยชน์ฝ่ายเดียว แลกเม็ดเงินที่ตกอยู่กับคนไม่กี่กลุ่ม
ชัดเจนว่าหลังการทำรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแกนนำ มหาอำนาจหลายประเทศส่งสัญญาณรังเกียจประเทศไทยกันอย่างแข็งขัน โดยประกาศจุดยืนชัดว่าจะไม่ร่วมสังฆกรรมกับคณะรัฐประหาร
ช่วงเวลานั้น คสช.ต้องสั่งให้กระทรวงการต่างประเทศเดินสายชี้แจงทำความเข้าใจถึงเหตุผลการเข้ายึดอำนาจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสานต่อความสัมพันธ์ไม่ให้สะบั้นลง
หลังได้รัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งก็ได้หัวหน้า คสช.มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่าทีของมหาอำนาจเหล่านั้นเริ่มเปลี่ยนไป และต่างก็พาเหรดกันเข้าพบรัฐบาลเพื่อเสนอความต้องการในการลงทุนกันอย่างคึกคัก
การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐเป็นนโยบายที่ควรสนับสนุน เพราะนอกจากเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศแล้ว ยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้
อย่างไรก็ดี การลงทุนทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และอื่นๆ ตามที่แต่ละประเทศได้ยื่นข้อเสนอจะต้องยึดโยงและสอดคล้องยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนของประเทศ ซึ่งกำหนดไว้ชัดเจนว่า จะต้องส่งเสริมการลงทุนเพื่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ขณะเดียวกัน จะต้องยกระดับและการสร้างมูลค่าเพิ่มภาคอุตสาหกรรมให้ประเทศไทยปรับไปสู่การลงทุนอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อให้การพัฒนามีความสมดุลและยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการลงทุนของโลก ฯลฯ
นโยบายการส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลจึงควรเดินไปในทิศทางนี้ ไม่ใช่การยื่นหมูยื่นแมวลักษณะรุมทึ้งอย่างตะกละตะกลาม โดยไม่ได้สร้างโอกาสให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เราเห็นด้วยอย่างยิ่งหากการลงทุนขนาดใหญ่ในทุกสาขาจะส่งเสริมให้ประเทศไทยยกระดับเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอย่างแท้จริง โดยไม่ทิ้งความเสียหายให้ลูกหลานไทยต้องเก็บกวาดในวันข้างหน้า







