posttoday
เศรษฐกิจไทยเนื้อหอมต่างชาติชิงเหลี่ยมแย่งลงทุน

เศรษฐกิจไทยเนื้อหอมต่างชาติชิงเหลี่ยมแย่งลงทุน

05 พฤศจิกายน 2557

ภาพสภาธุรกิจสหรัฐอาเซียน คณะใหญ่เข้าพบหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจของไทย

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

ภาพสภาธุรกิจสหรัฐอาเซียน คณะใหญ่เข้าพบหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจของไทย เป็นการยืนยันว่า เศรษฐกิจไทยยังมีดี แม้แต่พี่เบิ้มอย่างสหรัฐที่ต่อต้านการรัฐประหาร ยังขอเว้นวรรคการต่อต้านรัฐบาลทหาร มาจับเข่าคุยเรื่องการลงทุนในประเทศไทยที่มีมูลค่ามหาศาล

ขณะที่ยุโรปก็ไม่ยอมตกขบวนรถไฟ ส่ง โทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ มาเป็นตัวแทนปูทางการลงทุนทางอ้อม โดยอดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษฝากให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เร่งแก้ไขอุปสรรคทางเศรษฐกิจ

การพาเหรดของนักลงทุนสหรัฐและยุโรปเข้ามาลงทุนในไทย เพราะรู้ว่ากำลังตกเป็นรองเมื่อเทียบกับนักลงทุนจากจีนและญี่ปุ่นที่เข้าใจและสนับสนุนการเปลี่ยนทางการเมืองไทย ส่งผลให้ไทยให้ความสำคัญและพิจารณาการลงทุนให้กับนักลงทุนจากจีนและญี่ปุ่นเป็นอันดับต้นๆ

นักลงทุนจากจีนเป็นเจ้าแรกที่ได้จับเข่าคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่ยังเป็นหัวหน้า คสช. ยังไม่มีการตั้งรัฐบาลในชุดปัจจุบัน โดยจีนแสดงความสนใจลงทุนไทย ทั้งรถไฟทางคู่ การประมูลรถเมล์เอ็นจีวี เป็นต้น

ด้านญี่ปุ่นที่มีการตั้งฐานการลงทุนการผลิตในไทยจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะการผลิตรถยนต์ ทั้งโตโยต้า ฮอนด้า อีซูซุ มิตซูบิชิ และมาสด้า ก็เข้าพบรัฐบาลเพื่อขยายการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนผลิตรถยนต์อีโคคาร์ เฟส 2

สำหรับนักลงทุนจากสหรัฐที่เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ พุ่งเป้าไปที่การลงทุนด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น สนามบิน สะพาน ท่าเรือ ธุรกิจการเงิน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยวด้านสุขภาพ (เมดิคอลฮับ) รวมทั้งดิจิทัลอีโคโนมี ที่ในอนาคตจะมีการเคลื่อนย้ายข้อมูลสะดวกขึ้น

หลังจากพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อขอความเชื่อมั่นในการลงทุนแล้ว นักธุรกิจสหรัฐยังเข้าพบรัฐมนตรีเศรษฐกิจของไทยอีกหลายกระทรวงที่ดูแลโครงการลงทุนด้านต่างๆ ทันที ถือเป็นสัญญาณรุกการลงทุนในไทยอย่างเต็มตัว

ณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน ออกมาระบุว่า นักธุรกิจสหรัฐด้านพลังงานเข้ามาหารือ ซึ่งมีทั้งบริษัท เชฟรอน บริษัท ดาวเคมิคอล และบริษัท โคโนโค ฟิลิปส์ เพื่อสอบถามเรื่องการเปิดประมูลสัมปทานน้ำมันรอบที่ 21 เนื้อที่ 29 แปลง

ด้าน สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ก็ระบุว่า ได้ชี้แจงกับสถาบันการเงินและนักลงทุนสหรัฐ ว่ารัฐบาลไทยจะเน้นการลงทุนให้มีความต่อเนื่องไปจนถึงปีงบประมาณ 2559 ซึ่งจากการหารือเห็นว่าประเทศไทยยังได้รับความเชื่อถือ ความมั่นใจว่าเป็นแหล่งลงทุนที่ดีที่สุดในอาเซียน

สมหมาย ยังระบุว่า เข้ามาเป็นรัฐมนตรีได้เดือนเศษที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการรถยนต์เข้าพบถึง 4 ราย ในจำนวนนี้มียักษ์ใหญ่จากสหรัฐ คือ ค่ายรถยนต์ฟอร์ด และค่ายรถยนต์เชฟโรเลต มาขอให้คลังพิจารณาการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ให้รอบคอบ เพราะกังวลว่าไทยจะปรับโครงสร้างภาษีเข้าข้างบริษัทรถญี่ปุ่นที่ใกล้ชิดกับไทยมากกว่า อาจจะทำให้ค่ายรถยนต์จากสหรัฐเสียเปรียบ

ทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า แม้เศรษฐกิจไทยอยู่ภายใต้การบริหารของรัฐบาลทหาร แต่กลับได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศที่เป็นกลุ่มที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ติดอันดับโลก ไม่ต่างจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งปกติ แสดงให้เห็นว่าผลประโยชน์การลงทุนอยู่เหนือการเมือง

นอกจากนี้ นักลงทุนรายใหญ่ไม่ว่าจะชาติไหน มองถึงอนาคตเศรษฐกิจไทยระยะปานกลางและยาว ซึ่งประเทศไทยได้เปรียบคู่แข่งในภูมิภาค แม้ว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเพียง 1.5% เท่านั้น แต่ปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 4.55% จากการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะด้านคมนาคมขนส่ง ทั้งระบบรถไฟทางคู่และโครงการรถไฟฟ้าที่จะเริ่มมีการลงทุน รวมถึงจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก๊อกสองออกมาในเดือน ธ.ค.นี้ เพื่อเป็นแรงส่งให้เศรษฐกิจปีหน้า

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลมีแผนการลงทุนด้านคมนาคมขนส่ง 3 ล้านล้านบาท ถือว่าเป็นการยกระดับความสามารถการแข่งขันของไทยในระยะกลางและยาว ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติมองว่าเศรษฐกิจไทยในอนาคตจะขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพและมั่นคง

ที่สำคัญ ที่ตั้งของประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางของอาเซียน การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 2558 ที่จะมีการเคลื่อนย้ายการลงทุนอย่างเสรี ทำให้ประเทศไทยเหมาะกับการเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกยังกลุ่มประเทศอาเซียนและประเทศต่างๆ ของโลก

ปรากฏการณ์ที่นักลงทุนยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของโลกรุกการลงทุนในไทย ยังเป็นการเรียกความเชื่อมั่นให้กับเศรษฐกิจไทย โดยที่ไม่ต้องรอให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือปรับอันดับเครดิตให้เสียเวลา

ดังนั้น รัฐบาลควรใช้จังหวะนี้อำนวยความสะดวกต่างๆ ให้นักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนเป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจมากที่สุด แต่ในทางกลับกัน การเข้ามาลงทุนต่างชาติจำนวนมาก ก็เป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล ว่าจะทำอย่างไรให้ผลประโยชน์ตกกับประเทศมากที่สุด และให้นักลงทุนต่างชาติเอาเปรียบประเทศไทยน้อยที่สุด

กรณีของการประมูลสัมปทานน้ำมัน เห็นชัดเจนว่า บริษัท เชฟรอน ต้องการชนะการประมูลรอบใหม่ เพราะปัจจุบันสัมปทานในไทยกำลังจะหมดสัญญาอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมามีกลุ่มต่อต้านการประมูลรอบใหม่อย่างหนัก แม้ว่ารัฐบาลจะปรับวิธีการประมูลใหม่ เปิดทางให้ไทยได้ผลประโยชน์มากขึ้น ทั้งค่าภาคหลวง ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม และผลตอบแทนตามกฎหมายที่ต้องจ่ายเพิ่มให้รัฐบาลอีกหลายร้อยล้านบาท แต่ก็ยังถูกมองว่าไทยยังได้ผลประโยชน์น้อยกว่าที่ควรจะเป็น

การแก้กฎหมายประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ยังมีจุดอ่อน มีการถือหุ้นไขว้กันไปมาจนไม่ได้เป็นบริษัทไทย แต่เป็นบริษัทต่างชาติเต็มตัวเข้ามาทำธุรกิจขุดหาผลประโยชน์ในประเทศ เพื่อส่งกลับออกไปนอกประเทศ ที่ผ่านมามีความพยายามแก้กฎหมายนี้หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่คืบหน้าในการแก้จุดอ่อนดังกล่าว

ยังมีเรื่องการให้สิทธิประโยชน์การลงทุนของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ก็ต้องมีการพิจารณาที่โปร่งใส ดูแลเฉพาะภาคธุรกิจที่สร้างประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย เพื่อให้คุ้มค่ากับสิ่งที่ประเทศต้องเสียไป ไม่ว่าจะเป็นเม็ดเงินภาษีและสิ่งแวดล้อมที่จะมีปัญหาจากการเข้ามาลงทุนจำนวนมาก รวมทั้งต้องเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการไทย เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันไปอีกขั้น

นอกจากนี้ การประมูลโครงการและสัมปทานต่างๆ ต้องมีความโปร่งใส ให้สังคมตรวจสอบได้ เพราะภายใต้รัฐบาลทหารคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ทำให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติวิ่งเข้าหาทหารแทนนักการเมือง ด้วยเป้าหมายเดิม คือ ชนะการประมูลโครงการขนาดใหญ่ ทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลมีจุดอ่อน ผู้คนเสื่อมศรัทธา

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าโอกาสดีทางเศรษฐกิจตกอยู่ในมือของรัฐบาลแล้ว หลังจากนักลงทุนต่างชาติวิ่งเข้าหาเศรษฐกิจไทยชนิดไม่มีใครยอมใคร

เหลือแต่รัฐบาลจะบริหารโอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจไทยได้สูงสุดอย่างไรเท่านั้น เพราะหากสามารถบริหารการลงทุนไม่ให้ต่างชาติมาเอาเปรียบประเทศ ไม่มีปัญหาความไม่โปร่งใสของการประมูลโครงการ เชื่อว่ารัฐบาลจะได้คะแนนเต็มร้อยได้อย่างไม่ยากเย็น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท