
โจทย์ที่ควรถาม สัมปทานรอบ 21 (ตอน 1)
โจทย์ใหญ่ที่ถูกถามเกี่ยวกับสัมปทาน รอบที่ 21 คือประเทศไทยควรเปลี่ยนจาก ระบบสัมปทานเป็นระบบแบ่งปันผลผลิต (PSC) หรือไม่ แต่ผู้เชี่ยวชาญกลับบอกว่าเป็นการ ตั้งโจทย์ที่ผิด จะถูกหรือผิดสังคมก็ยังต้องการ คำตอบ!
โจทย์ใหญ่ที่ถูกถามเกี่ยวกับสัมปทาน รอบที่ 21 คือประเทศไทยควรเปลี่ยนจาก ระบบสัมปทานเป็นระบบแบ่งปันผลผลิต (PSC) หรือไม่ แต่ผู้เชี่ยวชาญกลับบอกว่าเป็นการ ตั้งโจทย์ที่ผิด จะถูกหรือผิดสังคมก็ยังต้องการ คำตอบ!
ผู้เขียนได้มีโอกาสฟัง Wood Mackenzie (WoodMac) บริษัทที่ปรึกษาสำรวจและผลิตปิโตรเลียมชั้นนำของโลก วิเคราะห์เปรียบเทียบ 2 ระบบว่ามีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนทั้งใน มุมมองของรัฐและเอกชนผู้ลงทุน ฉะนั้น ควรเลือกระบบที่เหมาะสมกับสภาพและสถานการณ์ของประเทศจะดีที่สุด
การเปลี่ยนระบบสำรวจผลิตเป็นโจทย์ที่ เกิดขึ้นอยู่เนืองๆ บนโลกใบนี้ WoodMac มองว่าเป็นการเลือกว่าจะวางอำนาจรัฐไว้ที่ตัวทรัพยากรหรือที่ตัวเงิน (resource or fiscal sovereignty) ทั้งนี้ รัฐย่อมต้องการหาเงินให้ได้มากที่สุดเพื่อพัฒนาประเทศและช่วยเหลือคนยากจน
ที่ผ่านมาได้มีการ “เปลี่ยนระบบ” จากทั้งสองฟาก โดยมักทำในพื้นที่ใหม่ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อประเทศนั้นๆ
lเปลี่ยนจากสัมปทานเป็น PSC อาทิ ประเทศแองโกลา ไนจีเรีย และตรินิแดด ในทศวรรษ 2530 เมื่อเขาต้องการกำกับและควบคุมการพัฒนาอย่างละเอียดใกล้ชิด (resource sovereignty) แต่ไม่สามารถร่วมลงทุนพัฒนาทะเลน้ำลึกได้
บราซิล นำ PSC มาใช้กับพื้นที่เปิดใหม่เพื่อกำกับควบคุมอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้นักวิจัยชาวนอร์เวย์พบว่าอีกสาเหตุที่ PSC ถูกเลือกเพราะให้ภาพลักษณ์ที่ชัดเจนว่าปิโตรเลียมเป็นของรัฐ ซึ่งมีผลต่อคะแนนนิยมของประธานาธิบดีในช่วงนั้น
lเปลี่ยนจาก PSC เป็นสัมปทาน อาทิ ประเทศรัสเซียและคาซัคสถาน ที่เคยทำ PSC ในช่วงทศวรรษ 2530 แต่พบว่าเสียเปรียบเอกชน เพราะยากที่รัฐบาลจะแก้ไขสัญญา จึงเปลี่ยนเป็นสัมปทานเพื่อความยืดหยุ่นในการปรับเงื่อนไข (ภายนอกสัญญา) ศาสตราจารย์ Owen Anderson วิเคราะห์ว่าเมื่อสหภาพโซเวียตล้ม สังคมนิยมถดถอย รัสเซียอยากให้ภาคเอกชนมาลงทุน แต่ไม่ต้องการถูกสับสนว่าเคยเป็นอาณานิคม เนื่องจาก PSC มักใช้โดยประเทศที่เคยเป็นอาณานิคม ทั้งต้องการภาพลักษณ์ของการเป็นประเทศพัฒนาแล้วเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในยุโรป ซึ่งใช้ระบบสัมปทานกันทั้งนั้น
แอลจีเรียเคยเซ็นสัญญา PSC ในช่วงราคาน้ำมันต่ำ เมื่อน้ำมันแพงขึ้นรัฐอยากได้สัดส่วนที่สูงขึ้นก็จัดเก็บ windfall tax แต่เอกชนต่อสู้ในศาลชนะคดีหลังปี 2548 จึงออกกฎหมายใหม่ให้การสำรวจผลิตทุกพื้นที่หลังจากนั้นอยู่ภายใต้ระบบสัมปทานถือเป็นการกอบกู้อธิปไตยในการเก็บภาษี หรือ fiscal sovereignty เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ทั้งระบบสัมปทานและระบบ PSC ซึ่งต่างก็มีรายละเอียดเฉพาะของตน ของแต่ละประเทศได้มีวิวัฒนาการเป็น new generation ทำให้ผลในทางปฏิบัติหลายๆ อย่างแทบไม่ต่างกัน โดยเฉพาะผลตอบแทนของรัฐที่ทั้งสองระบบสามารถกำหนดตัวเลขขององค์ประกอบและเงื่อนไข ให้ได้รับพอๆ กันในสถานการณ์แบบเดียวกันได้ แต่ระดับของผลประโยชน์รัฐขึ้นอยู่กับศักยภาพปิโตรเลียม หรือความอุดมสมบูรณ์ใต้พิภพของประเทศนั้นๆ หากสมบูรณ์มากรัฐก็เรียกส่วนแบ่งได้มาก หากสมบูรณ์น้อยแต่เรียกส่วนแบ่งสูงก็จะไม่มีใครมาลงทุนอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศเขมร n
อ่านต่อสัปดาห์หน้า







