
กต.เตรียมแจงบรูไนหลังพบแม้วยังเดินทางเข้าประเทศได้
กระทรวงการต่างประเทศเตรียมชี้แจงเพิ่มเติมต่อประเทศบรูไนหลังพบ "ทักษิณ"เดินทางเข้าได้ สรรเสริญเปิดคลิปทหารใส่ชุดพลเรือนแจงเป็นทหารส่งเสบียงให้แนวหน้าต้องแต่งชุดไปรเวทเพื่อความปลอดภัย
กระทรวงการต่างประเทศเตรียมชี้แจงเพิ่มเติมต่อประเทศบรูไนหลังพบ "ทักษิณ"เดินทางเข้าได้ สรรเสริญเปิดคลิปทหารใส่ชุดพลเรือนแจงเป็นทหารส่งเสบียงให้แนวหน้าต้องแต่งชุดไปรเวทเพื่อความปลอดภัย
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงผลการประชุมศอฉ.ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ในฐานะผอ.ศอฉ.เป็นประธานในการประชุมว่า นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ได้ตรวจสอบความรู้สึกประเทศต่างๆแล้ว ซึ่งไม่มีประเทศใดสงสัยในการปฏิบัติงานในวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา เพราะสถานทูตส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ มีแต่เฉพาะประเทศบรูไนที่ต้องทำความเข้าใจมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรงที่กระทรวงต่างประเทศจะดำเนินการ
"ที่เราต้องชี้แจงเพิ่มเติมต่อประเทศบรูไน เพราะเราตั้งข้อสังเกตว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรียังสามารถเข้าประเทศบรูไนได้ จึงควรทำความเข้าใจกับเขาให้ชัดเจนทุกเรื่อง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ซึ่งขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศเตรียมชี้แจงให้ประเทศบรูไนรับทราบแล้ว ส่วนประเทศอื่นๆไม่ได้ติดใจ แต่อยากเห็นแผนปรองดองตามที่รัฐบาลกำหนดว่าจะเป็นรูปธรรมได้อย่างไร โดย นายสุเทพ สั่งการในที่ประชุมว่า อยากให้ฝ่ายต่างๆของศอฉ.เสนอความคิดเห็นว่า ศอฉ.จะช่วยรัฐบาลในแผนปรองดองอย่างไร"พ.อ.สรรเสริญกล่าว
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รายงานผลการจับกุมผู้กระทำผิดตามหมายจับพ.ร.ก.ฉุกเฉิน มี 85 ราย อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ 84 ราย จับได้แล้ว 29 ราย ยังจับไม่ได้ 55 ราย ส่วนอีก 1 ราย อยู่ในต่างจังหวัดและยังจับไม่ได้ ส่วนผู้ที่กระทำความผิดคดีอาญามีทั้งสิ้น 818 ราย เป็นชาวต่างชาติ 2 ราย คือ นาย คอร์เนอร์ พาสเซล ชาวออสเตรเลีย และนาย ซาเวจ เจอซี่ ฮัทช์ ชาวอังกฤษ โดยทั้ง 2 รายมีความผิด คือ อยู่ในประเทศไทยทั้งที่วีซ่าหมดอายุ ซึ่งขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ และจะดำเนินการแจ้งข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวชี้แจงถึงกรณีที่พรรคการเมืองหนึ่งนำภาพบุคคลสวมชุดพลเรือนถือปืนเอ็ม 16 ในพื้นที่ที่ทหารอยู่มาเปิดเผยด้วยว่า จากการตรวจสอบเรื่องนี้กับกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2รอ.) ทราบว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ ซ.งามดูพลี แถวบ่อนไก่ เป็นภาพที่เจ้าหน้าที่ทหารแต่งชุดไปรเวท เพื่อเข้าส่งอาหารให้กับกำลังพลในจุดต่างๆ โดยมีความจำเป็นต้องใส่ชุดพลเรือน เพราะการนำอาหารไปส่งยังจุดต่างๆหน้าแนวทหารที่วางกำลังถือว่า อันตรายจึงต้องทำตัวให้กลมกลืนกับบุคคลทั่วไป
นอกจากนั้นพ.อ.สรรเสริญ ได้เปิดคลิปการยิงคุ้มครองการถอนตัวของเจ้าหน้าที่ทหาร โดยมีทหารจำนวนมากวิ่งผ่านกล้อง และมีทหารใส่ชุดพลเรือนคนหนึ่งถือปืนวิ่งผ่านไป โดยพ.อ.สรรเสริญ กล่าวบรรยายคลิปว่า ภาพทหารที่นั่งอยู่บริเวณรถยีเอ็มซีทหาร เป็นชุดที่ยิงเพื่อคุ้มครองการถอนตัวในการนำคนบาดเจ็บออกจากพื้นที่ ส่วนปืนที่ทหารใส่ชุดพลเรือนถือนั้น เป็นปืนของทหารที่ถูกยิง และถูกหามใส่เปล ซึ่งทหารที่ช่วยยิงคุ้มครองการถอนตัว กับทหารไปส่งอาหาร เป็นคนละกลุ่มกัน และคนละภารกิจ
สำหรับการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า จากการประชุมครั้งที่ผ่านมา มีบางหน่วย เช่น ดีเอสไอ เริ่มเสนอมาว่า เขาได้ตั้งเป้าหมายว่า จะต้องดำเนินการถึงแค่ไหน อย่างไร จึงจะมีความพร้อมในการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่อีกหลายหน่วยยังไม่ได้ส่งข้อมูลนี้มา ซึ่งจะต้องรวบรวมข้อมูลให้ครบ และฝ่ายเลขาธิการ โดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะทำผลสรุปนำเรียน ผอ.ศอฉ. ซึ่งขณะนี้ยังพอมีเวลา เพราะพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะหมดอายุในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้







