
หาช่องแจกกล่องดิจิทัล
กสทช.หารือ สตง.ขอใช้วิธีพิเศษ ให้เอกชนแจกกล่องทีวีดิจิทัลแก่ชุมชน 2.8 ล้านครัวเรือน
กสทช.หารือ สตง.ขอใช้วิธีพิเศษ ให้เอกชนแจกกล่องทีวีดิจิทัลแก่ชุมชน 2.8 ล้านครัวเรือน
ร่วมประมูลเพื่อแจกกล่องทีวีดิจิทัลให้กลุ่มชุมชนแออัด 2.8 ล้านครัวเรือน แทนแจกคูปอง
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า กสทช.เตรียมหารือกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ขอใช้วิธีพิเศษแจกกล่องทีวีดิจิทัลให้กลุ่มชุมชนแออัดที่ไม่มีฐานข้อมูลอยู่ในทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง จำนวน 2.8 ล้านครัวเรือน แทนการแจกคูปอง 690 บาทผ่านไปรษณีย์ โดยจะเปิดให้เอกชนประมูลเพื่อแจกกล่องกับประชาชนกลุ่มนี้แทน
ขณะที่ จากข้อมูลของกรมการปกครองพบว่า มีกลุ่มที่ตกสำรวจจากการแจกคูปองเฟสแรก จำนวน 2.3 ล้านครัวเรือน โดยมีชื่อในทะเบียนบ้านแต่ไม่ใช่เจ้าบ้าน หรือ เจ้าบ้านเสียชีวิตแต่ไม่มีการแจ้งเพื่อขอเปลี่ยนชื่อเจ้าบ้าน หรือ เป็นบ้านเช่า เป็นต้น รวมถึงกลุ่มทะเบียนบ้านชั่วคราว คือ มีเจ้าบ้านอาศัยอยู่ แต่ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำนวน 7.9 หมื่นครัวเรือน ซึ่งในกลุ่มนี้ กสทช.จะออกหลักเกณฑ์เพื่อแจกคูปอง 690 บาทไปพร้อมกับการแจกคูปองล็อต 2 อีก 21 จังหวัด
ขณะที่กลุ่มประชาชนผู้ที่ทะเบียนบ้านว่าง ไม่มีรายชื่อในทะเบียนบ้าน เช่น บ้านจัดสรร คอนโดมีเนียม ซึ่งมีอยู่ประมาณ 6.9 ล้านครัวเรือน จะยังไม่พิจารณาแจกคูปองในตอนนี้ เนื่องจากหลักเกณฑ์การได้รับสิทธิ์ของกลุ่มดังกล่าวยังไม่เป็นที่แน่ชัด โดยเฉพาะตัวสิทธิ์ที่จะได้รับคูปองควรเป็นของใคร ระหว่างเจ้าของที่อยู่อาศัย กับผู้อยู่อาศัย ไปจนถึงหากมีการใช้สิทธิ์แล้วลูกบ้านผู้อยู่อาศัยสามารถเคลื่อนย้ายอุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัลที่มาจากการใช้สิทธิ์ได้หรือไม่
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. กล่าวว่า ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีบริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ ผู้จำหน่ายกล่องทีวีดิจิทัล แบรนด์ เอเจ ใช้ที่ทำการ 2 พรรคการเมืองใหญ่กระจายสินค้าทั่วประเทศ โดยการตรวจสอบครั้งนี้จะยึดมาตรฐานและเงื่อนไข ของกสทช. ที่ให้สิทธิ์กับบริษัทที่เข้าร่วมโครงการแลกกล่อง และจะรู้ผลอย่างเป็นทางการภายใน 23 วัน
อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุได้ว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะสองพรรคการเมืองไม่ได้เรียกเก็บสำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนบ้านจากผู้นำคูปองมาแลก
กสทช. ตั้งคณะกรรมการสอบเอเจ เรียกแจง 5 พ.ย. ยืนยันห้ามใช้พรรคการเมืองเป็นจุดกระจายสินค้า
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ ผู้จำหน่ายกล่องทีวีดิจิทัล แบรนด์ เอเจดี แล้ว กรณีใช้ที่ทำการของ 2 พรรคการเมืองใหญ่เป็นจุดกระจายสินค้าทั่วประเทศ โดยการตรวจสอบครั้งนี้จะยึดมาตรฐานและเงื่อนไข ของกสทช. ที่ให้สิทธิ์กับบริษัทที่เข้าร่วมโครงการแลกกล่อง และจะรู้ผลอย่างเป็นทางการภายใน 23 วัน
ทั้งนี้ ได้ให้คณะกรรมการชุดดังกล่าวที่มีนายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการกสทช. เป็นประธาน เรียกเอเจมาชี้แจงในวันที่ 5 พ.ย. เบื้องต้น กสทช.ยืนยันว่า ไม่อนุญาตให้บริษัทเอกชนที่เข้าร่วมโครงการคูปอง 690 บาทใช้ที่ทำการพรรคการเมืองขายของหรือเป็นจุดแลกคูปอง เพราะไม่ต้องการให้โครงการ กสทช. ถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใดๆ
"ยืนยันว่า ถ้าทางเอเจ ทำเรื่องขออนุญาตวางขาย หรือ รับแลก ในสถานที่ที่มีพรรคการเมืองไปเกี่ยวข้อง กสทช. หม่อนุญาตเด็ดขาด เพราะที่วางจำหน่ายที่อื่นก็มีอีกเยอะที่เข้าถึง และ เอเจ ก็วางขายตามร้านสะดวกซื้อ ซึ่งมีสาขามากอยู่แล้วที่ช่วยอำนวยความสะดวกประชาชน ไม่จำเป็นต้องเป็นที่พรรคการเมือง" นายฐากรกล่าว
นายธนิต ศรีประเทศ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวว่า ตามหลักการแล้วพรรคการเมืองไม่สามารถทำธุรกิจได้ กรณีซึ่งกรณีของเอเจยังไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่กฏหมายพรรคการเมืองไม่สามารถทำธุรกิจได้ ไม่ว่าด้วยตัวเอง หรือกับเอกชน และการแจกคูปองทีวีดิจิทัลนั้นชัดเจนว่าเป็นการทำธุรกิจของเอกชน หากพรรคเมืองไปร่วมด้วย ย่อมสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิด







