posttoday
ห่วงส่งออกไม่ถึงฝันบาทอ่อนค่าน้อยกว่าคู่แข่ง

ห่วงส่งออกไม่ถึงฝันบาทอ่อนค่าน้อยกว่าคู่แข่ง

05 พฤศจิกายน 2557

อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลายเดือนที่ผ่านมาค่าเงินบาทอ่อนค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ แต่ยังอ่อนค่าน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนและญี่ปุ่น ขณะที่เศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวอย่างที่คาดไว้ ทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบในการส่งออกหรือทำการค้าขายกับประเทศเหล่านี้ ซึ่งผู้ส่งออกต้องเร่งหาทางปรับตัว

อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลายเดือนที่ผ่านมาค่าเงินบาทอ่อนค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ แต่ยังอ่อนค่าน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนและญี่ปุ่น ขณะที่เศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวอย่างที่คาดไว้ ทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบในการส่งออกหรือทำการค้าขายกับประเทศเหล่านี้ ซึ่งผู้ส่งออกต้องเร่งหาทางปรับตัว

ทั้งนี้ ค่าเงินบาทวันที่ 4 พ.ย. อยู่ที่ 32.66 บาท/เหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงประมาณ 0.69% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ขณะที่ค่าเงินของประเทศพม่าอ่อนค่าลง 3% อินโดนีเซียอ่อนค่าลง 2.5% และเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลงมากถึง 12%

“เงินบาทผูกติดกับเงินเหรียญสหรัฐและหลายเดือนที่ผ่านมาค่าเงินบาทอ่อนค่าลง แต่ก็ยังเป็นอัตราที่ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบกับเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวตามที่คาดการณ์กันไว้ จึงทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้านในด้านการส่งออก” อิสระ กล่าว

ด้าน สุพันธ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การที่เงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ทำให้ผู้ประกอบการไทยไม่ได้เปรียบทางการค้าและส่งออก และทำให้การโตแบบวีเชฟที่คาดไว้ทำไม่ได้ ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย

ชาญศักดิ์ เฟื่องฟู ตัวแทนสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ในเรื่องค่าเงิน สมาคมธนาคารไทยอยากให้มองภาพกว้างขึ้น โดยมองเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนคู่กับอัตราดอกเบี้ยด้วย เพราะสหรัฐส่งสัญญาณชัดเจนแล้วว่าจะหยุดใช้มาตรการคิวอี ทำให้อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งจะกลายเป็นต้นทุนอีกตัวที่ผู้ประกอบการส่งออกต้องติดตาม

ตรรก บุนนาค ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านบริหารการเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ทิศทางค่าเงินบาทยังไม่น่ากังวลว่าจะอ่อนค่าน้อยกว่าสกุลอื่นในภูมิภาค เพราะขณะนี้ยังเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน ประกอบกับไทยยังมีปัจจัยที่ยังไม่แข็งแรง ทั้งการส่งออกและตัวเลขเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำกว่าศักยภาพ ซึ่งต่างเป็นปัจจัยที่ทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง

“ที่ผ่านมาเงินบาทไม่ได้แหวกแนวในภูมิภาคมากนัก บางทีเราอาจจะวิ่งเร็วกว่าบ้าง คนอื่นเร็วกว่าบ้าง แล้วแต่ว่าปัจจัยภายใน แต่ในภาพรวมยังไม่เห็นว่าค่าเงินบาทไทยจะวิ่งแตกต่างจากคนอื่น แต่ถ้าเห็นความผิดปกติคงต้องติดตามจากการประชุม กนง. วันที่ 5 พ.ย. ว่าจะมีการดูแลอย่างไร” ตรรก กล่าว

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าภาคเอกชนต้องการสะท้อนความกังวลไปยังรัฐบาล เพื่อให้เตรียมตัวรับสถานการณ์ค่าเงินและเป็นห่วงขีดความสามารถในการแข่งขัน หากเงินบาทแข็งกว่าสกุลอื่นในภูมิภาค ส่วนในแง่ตลาดเงินความผันผวนเกิดขึ้นเป็นปกติ ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศยักษ์ใหญ่ ขอนักลงทุนอย่าตื่นตระหนกจนเกินไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท