
วิปสนช.เสนอลงคะแนนลับถอดถอน "นิคม-สมศักดิ์"
"วิปสนช." เสนอสนช.ประชุมลับ ฟรีโหวตตัดสิน ถอดถอน "สมศักดิ์ –นิคม" 6 พ.ย. "พรเพชร" พร้อมชี้แจงผล
"วิปสนช." เสนอสนช.ประชุมลับ ฟรีโหวตตัดสิน ถอดถอน "สมศักดิ์ –นิคม" 6 พ.ย. "พรเพชร" พร้อมชี้แจงผล
เมื่อวันที่ 4 พ.ย. นายเจตน์ ศิรธนานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ในวันที่ 6 พ.ย. ที่ประชุมสนช. จะพิจารณาว่ามีอำนาจการถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจรติแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้ถอดถอนหรือไม่ โดย วิปสนช.ได้เสนอให้มีการประชุมลับเพราะเกรงจะกระทบต่อบุคคลที่สาม แต่สุดท้ายต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมสนช.ใหญ่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่
ทั้งนี้การประชุมจะเปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายอย่างเต็มที่ ขณะนี้มีฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในการถอดถอนครั้งนี้ เนื่องจากยังมีปัญหาข้อกฎหมายเพราะขณะนี้ไม่มีบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ 50 ซึ่งเป็นฐานความผิดแก่นายสมศักดิ์ และนายนิคม แต่สุดท้ายก็จะมีการลงมติตัดสิน ว่าสนช.จะมีอำนาจรับคดีดังกล่าวนำเข้าสู้การพิจารณาหรือไม่ โดยภายหลังการการลงมติ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. จะมาแถลงข่าวชี้แจงความชัดเจนอีกครั้ง ทั้งประเด็นหาก สนช.เห็นชอบให้รับเรื่องการถอดถอนไว้พิจารณา หรือ หากสนช. ไม่รับพิจารณาคดีดังกล่าว เพื่อป้องกันความสับสนที่อาจเกิดขึ้น
“ที่ประชุมวิปสนช. มีความกังวลหากไม่รับเรื่องการถอดถอน จะถูกฝ่ายมวลชนที่ไม่เห็นด้วยมาสร้างความกดดัน โดยมี สนช.ที่เป็นทหารบางคน เสนอให้รับเรื่องการถอดถอนเอาไว้ก่อน และค่อยไปตัดสินในการลงมติถอดถอนโดยใช้คะแนนเสียง 3ใน 5 อีกครั้ง เพื่อเป็นการซื้อเวลา แต่นายพรเพชร แย้งว่า ทำเช่นนั้นไม่ได้เพราะผิดหลักการ เหมือนกับจับก่อนแล้วไปสอบสวนทีหลังมันไม่ถูกต้อง แต่ทั้งหมดทั้งมวลสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับคะแนนของที่ประชุมที่จะตัดสิน โดยขณะนี้ผมก็ไม่ทราบว่าใครมีแนวคิดและแนวโน้มต่อเรื่องนี้อย่างไร”นายเจตน์ กล่าว
นายเจตน์ กล่าวว่า ขณะที่ในวันที่ 12 พ.ย. ที่จะมี วาระการพิจารณาคดีการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ หลังป.ป.ช.ชี้มูลความผิดในโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งสำนวนของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เข้าสู่การพิจารณาการถอดถอนแล้ว โดยในวันที่ 12 พ.ย. จะเป็นการประชุมกำหนดวันเปิดสำนวนการถอดถอนให้คู่ความในคดีทั้งสองฝ่ายมาชี้แจงและต่อสู้ข้อกล่าวหาต่อไป
ด้านนายยุทธนา ทัพเจริญ สมาชิกสนช. หนึ่งในโฆษกวิปสนช. กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าหากทำเช่นนี้จะเป็นปัญหาใหญ่ และคสช.จะเปลืองตัว ในเมื่อเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมากับมือก็จะถูกครหาว่าร่างรัฐธรรมนูญมาได้อย่างไร ไม่ว่าผลประชุมออกมาว่า สนช.ไม่มีอำนาจถอดถอน ก็ถือว่าจบไป เมื่อเขาไม่ผิดอะไร ไปแช่เขาไว้ก็จะยุ่ง หรือแม้เขาจะผิดจริงแต่ต้องยอมรับว่าไม่มีรัฐธรรมนูญมารองรับไปฝืนไม่ได้ ก็ต้องยกประโยชน์ให้จำเลยไป ไม่เช่นนั้นมันจะมั่ว เพราะถ้าฝืนไปก็จะมีปัญหาว่าไปกลั่นแกล้ง
"เราไม่ใช่กลุ่ม40 ส.ว.หรือบางกลุ่มเดิมๆที่จะมาล้างแค้นใครเราไม่เห็นด้วย แต่เมื่อเราไม่มีที่ไปจะฝืนโดยถ่วงเขาไว้แล้วมาปล่อยทีหลังเหมือนกรณีจับคนไว้แล้วมาปล่อยทีหลังคนก็ร้องไห้แล้ว ผมไม่กลัวจะโดนฟ้อง เพราะหลักกฎหมายต้องยืนไว้ก่อนแล้วใช้หลักรัฐศาสตร์ แต่เรื่องนี้ไม่ต้องพึ่งรัฐศาสตร์ ใช้นิติศาสตร์อย่างเดียวเลย และที่มีการประชุมลับเพราะเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งคือเวลาฟ้องมันฟ้องยาก เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร มันฟ้องไม่ได้"นายยุทธนากล่าว







