posttoday
ทันสถานการณ์

ทันสถานการณ์

04 พฤศจิกายน 2557

ของบ 3 พันล้านติดไฟเตือนทางตัดรถไฟ

ของบ 3 พันล้านติดไฟเตือนทางตัดรถไฟ

นายพรสุธิ ทองสาด หัวหน้าสำนักงานประจำการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้ รฟท.จะเสนอวงเงินงบประมาณ 3,333 ล้านบาท ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาของบดำเนินการเพื่อใช้แก้ไขปัญหาทางลักผ่านที่ปัจจุบันมีกว่า 538 จุด และติดตั้งเครื่องกั้นอัตโนมัติอีก 645 จุด รวมทั้งสิ้น 1,183 จุด ซึ่งก่อนหน้านี้ รมว.คมนาคมสั่งการดำเนินการทุกแห่งภายใน 2 ปี

ทั้งนี้ การติดตั้งไฟบริเวณทางลักผ่าน หากเป็นไฟสัญญาณที่เปิดตลอดเวลา จะใช้เงินลงทุน จุดละกว่า 1 แสนบาท ส่วนไฟที่มีระบบเซนเซอร์และจะกะพริบเตือนเมื่อรถวิ่งผ่านมาเท่านั้น มีมูลค่าลงทุนประมาน 1.4 ล้านบาท/จุด ส่วนการติดตั้งเครื่องกั้นอัตโนมัติจะใช้งบประมาณ 4 ล้านบาท/จุด โดยการติดตั้งจะจัดลำดับความสำคัญจากทางผ่านที่เคยเกิดอุบัติเหตุและมีตัวเลขรถที่สัญจรในแต่ละวันจำนวนมาก

ขีดเส้นช่อง 5 ปรับผังตามไลเซนส์ภายใน 4 ปี

นายสมบัติ ลีลาพตะ รักษาการรองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สายงานกระจายเสียงและโทรทัศน์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) มีมติวันที่ 3 พ.ย. ให้ตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามและประเมินผลการปรับเปลี่ยนรูปแบบการประกอบกิจการโทรทัศน์ของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 ให้เป็นไปตามรูปแบบใบอนุญาตช่องรายการสาธารณะเพื่อความมั่นคงภายใน 4 ปี โดยในปี 2560 จะต้องมีรายการที่เป็นข่าวสารและสาระ 70% มีโฆษณาได้ 810 นาที/ชม. จากปัจจุบันรายการข่าวและสาระอยู่ในสัดส่วน 40% และจะเพิ่มเป็น 50% ในปี 2558 และเพิ่มเป็น 60% ในปี 2559 นอกจากนี้ จะเรียกผู้ประกอบการช่องรายการเด็ก 3 ช่อง คือ ช่อง 9 คิดส์แอนด์แฟมิลี่ ช่อง 3 แฟมิลี่ และช่องโลก้า (Loca) มาทำความเข้าใจเรื่องผังรายการอีกครั้ง หลังบอร์ด กสท. ยังไม่อนุมัติผังรายการทั้ง 3 ช่อง เนื่องจากไม่มีรายการประเภท ป (ประถมวัย) ซึ่งไม่สอดคล้องกับการเป็นช่องรายการเด็ก

นางอรรชกา สีบุญเรือง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงมอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ลงพื้นที่พบผู้ผลิตโคมยี่เป็ง เพื่อให้คำแนะนำในการผลิตให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ที่ สมอ.กำหนด เพราะมีข้อกำหนดที่ผู้ผลิตสามารถใช้เป็นแนวทางในการผลิตให้เกิดความปลอดภัยได้เมื่อประชาชนนำไปใช้ โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคเหนือที่นิยมจุดโคมลอยอย่างแพร่หลาย โดยไม่จำกัดเฉพาะเทศกาลลอยกระทงเท่านั้น

ทั้งนี้ เนื่องจากโคมยี่เป็งหรือโคมลอยที่ผลิตกันโดยทั่วไปใช้ลวดโลหะขนาดใหญ่ที่เป็นสื่อนำไฟฟ้า มีการใช้เชื้อเพลิงในปริมาณมากเกินความจำเป็น เพื่อให้โคมลอยขึ้นสูงเป็นระยะเวลานาน เมื่อโคมลอยตกลงมาหากไปติดค้างสายไฟฟ้าแรงสูง จะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร รวมทั้งเมื่อโคมตกลงสู่บ้านเรือนที่อยู่อาศัย อาจก่อให้เกิดไฟไหม้ขึ้นได้ ทำให้ทุกๆ ปี มักเกิดเพลิงไหม้ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ขณะเดียวกันการลอยขึ้นสูงเกินไปจะเป็นอันตรายต่ออากาศยาน โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวที่มีการขึ้นลงของอากาศยาน

นายหทัย อู่ไทย เลขาธิการ สมอ. กล่าวว่า ขอให้ประชาชนเลือกซื้อโคมยี่เป็งที่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือเลือกที่มีลักษณะและคุณภาพตามมาตรฐานที่ สมอ. กำหนด ซึ่งจะมีความปลอดภัยทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน สำหรับมาตรฐานที่ สมอ. กำหนดนั้น การผลิตโคมลอยหรือโคมยี่เปงนั้นต้องใช้วัสดุที่ผลิตและเชื้อเพลิงที่ใช้มาจากธรรมชาติ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 90 เซนติเมตร (ซม.) ความสูงไม่เกิน 140 ซม. ใช้กระดาษว่าวชนิดบาง หากต้องใช้ลวดโลหะสำหรับผูกติดเชื้อเพลิงให้ใช้ลวดอ่อนที่มีความยาวไม่เกิน 30 ซม.ต่อเส้น เชื้อเพลิงต้องไหม้สลายหมดสิ้นขณะลอยอยู่ในอากาศภายในไม่เกิน 8 นาที และต้องพิมพ์คำเตือนในฉลากด้วยข้อความว่า “ห้ามพ่วงหรือผูกติดพลุ ดอกไม้ไฟ หรือสิ่งอื่นใดไปกับโคมขณะปล่อย” จึงทำให้ปลอดภัยจากเหตุเพลิงไหม้

“เมื่อเชื้อเพลิงที่ใช้กำหนดปริมาณที่เหมาะสมกับระยะเวลาที่โคมลอยอยู่ในอากาศ จะไม่เหลือการลุกไหม้ตกค้างลงสู่พื้นดิน อีกทั้งไม่ลอยสูงเกินไปจนอาจทำให้เกิดปัญหาต่อการบินของอากาศยานต่างๆ ตลอดจนโลหะ หรือลวดอ่อนที่ใช้ยึดตัวโคมได้กำหนดขนาดให้เล็กและสั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากรณีตกลงมาติดค้างสายไฟฟ้าแรงสูง” นายหทัย กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท