
แก้วิกฤตเยาวชน
เหตุการณ์นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ก่อเหตุวางเพลิงอาคารห้องสมุดของโรงเรียน เป็นอีกครั้งหนึ่งที่สังคมต้องตกตะลึงกับการกระทำผิดของเยาวชน
อาชญากรรมที่เด็กและเยาวชนเป็นผู้กระทำเกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน จากในอดีตที่ความขัดแย้งระหว่างสถาบันทำให้ยกพวก รวมกลุ่มเข้าทำร้ายฝ่ายตรงข้าม จวบถึงปัจจุบันปัญหาดังกล่าวก็ยังไม่อาจแก้ไขได้ และยิ่งรุนแรงขึ้นถึงขั้นซ่องสุมอาวุธในสถาบันการศึกษา ไม่เพียงเท่านั้นยังใช้สถานศึกษาเป็นที่มั่วสุม ดื่มสุรา เสพยาเสพติด
ความรุนแรงที่เด็กและเยาวชนก่อขึ้นยังมีอีกหลายรูปแบบ หลายปีก่อนหน้านี้ ข่าวนักเรียนช่างกลกลุ่มหนึ่งล่อลวงนักเรียนหญิงไปหน่วงเหนี่ยวกักขังและรุมขืนใจ ไม่เพียงสร้างความสะเทือนใจ แต่ปลุกให้ทุกฝ่ายหันมาให้ความสนใจปัญหาเยาวชน แต่ปัญหาดูเหมือนขยายลุกลามเกินกว่าแก้ไขได้ การกระทำผิดแบบเดิมก็ยังคงมีอยู่ ซ้ำยิ่งรุนแรงขึ้นด้วยเทคโนโลยีบันทึกภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ ยังไม่รวมถึงการตัดสินปัญหาด้วยความรุนแรง ใช้อาวุธปืนยิงคู่อริ
จะเห็นได้ว่าอาชญากรรมที่เด็กและเยาวชนเป็นผู้ก่อ ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น และหากมองภาพรวมปัญหาเด็กและเยาวชนก็จะพบว่าขยายตัวมากขึ้นไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด การมั่วสุม ตั้งกลุ่มแก๊งรถซิ่งสร้างความเดือดร้อนรำคาญ ปัญหาเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ที่นำมาสู่ปัญหาการทำแท้งและโรคเอดส์
ไม่เพียงแต่ความรุนแรง แต่ปัญหาเยาวชนยังมีความซับซ้อนมากขึ้น มิใช่แค่ความยากจนหรือการขาดความเอาใจใส่เลี้ยงดูของครอบครัวเท่านั้น แต่ยังพบเด็กในครอบครัวที่เพียบพร้อมทั้งฐานะและการเอาใจใส่เสียชีวิตเพราะการทำศัลยกรรม การใช้ยาเพื่อควบคุมน้ำหนักและดูแลรูปร่างหน้าตา
ในภาวะเช่นนี้ นโยบายการพัฒนาคุณภาพการศึกษา หรือส่งเสริมการศึกษาด้วยการเรียนฟรี นอกจากไม่ใช่คำตอบแล้วยังไม่เพียงพอต่อการพัฒนาเยาวชนซึ่งถือเป็นอนาคตของชาติ
การลดปัญหาเยาวชนต้องทำมากกว่าปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปหลักสูตร และปฏิรูปครูผู้สอน ซึ่งอาจต้องถึงขั้นปฏิรูปบรรทัดฐาน ค่านิยมในสังคมกันทีเดียว เพราะบรรทัดฐานเดิม พิสูจน์แล้วว่าไม่เข้มแข็งพอที่จะให้สังคมใช้เป็นภูมิคุ้มกัน ต้านทานกระแสวัฒนธรรมที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างเสรีภายใต้การสื่อสารไร้พรมแดน
นี่คือวาระทางสังคม วาระแห่งชาติที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ ไม่เพียงแค่การปฏิรูปการศึกษา







