
ชี้ใช้กฎเคอร์ฟิวคุมต่างด้าวเกาะเต่าละเมิดสิทธิ
สภาทนายความติงผู้ว่าฯสุราษฎร์ฯไม่มีสิทธิออกกฎเคอร์ฟิวคุมแรงงานต่างด้าวบนเกาะเต่า ชี้ละเมิดสิทธิมนุษยชน
สภาทนายความติงผู้ว่าฯสุราษฎร์ฯไม่มีสิทธิออกกฎเคอร์ฟิวคุมแรงงานต่างด้าวบนเกาะเต่า ชี้ละเมิดสิทธิมนุษยชน
เมื่อวันที่ 3 พ.ย. นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ กล่าวถึงกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้มีคำสั่งให้ยกเลิกการจัดปาร์ตี้ชายหาดทุกประเภท พร้อมใช้กฎอัยการศึกควบคุมแรงงานต่างด้าวในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ห้ามออกนอกเคหสถานหลังเวลา 22.00 น. โดยระบุว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ ซึ่งขัดกับหลักรัฐธรรมที่ระบุไว้ว่าต้องปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเสมอภาค
ทั้งนี้ มาตรการควบคุมดูแลแรงงานข้ามชาติจะต้องมาจากมติเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเท่านั้น และต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันทุกกลุ่มทุกพื้นที่ ไม่ใช่ผู้มีอำนาจในพื้นที่เป็นผู้สั่งการ อาจมีความผิดฐานกระทำการอันเป็นกบฏได้
"ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่มีสิทธิ์ออกกฎระเบียบเอง คำสั่งต้องมาจากส่วนกลางเท่านั้น อีกทั้งการอ้างกฎอัยการศึกก็ไม่ถูกต้อง เพราะกฎอัยการศึกเป็นอำนาจของทางทหาร อยากให้มีความระมัดระวังในการระเบียบข้อบังคับอะไรต่างๆให้มากกว่านี้ เพราะส่งผลเสียต่อประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน"นายสุรพงษ์กล่าว
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า หลังจากรัฐบาลประกาศให้แรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายมารายงานตัวและจดทะเบียนให้ถูกต้อง ณ ศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งเปิดให้บริการอยู่ในพื้นที่อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎ์ธานีจนถึงวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา หากแรงงานต่างชาติคนใดไม่มาขึ้นทะเบียนก็จะถือว่าผิดกฎหมาย และต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
"แรงงานข้ามชาติคนใดที่ไม่มาขึ้นทะเบียน ก็จะมีความผิดฐานเข้าเมืองโดยกฎหมาย ส่วนนายจ้างที่จ้างแรงงานผิดกฎหมาย และไม่พาแรงงานไปขึ้นทะเบียน จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท และผู้ที่นำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 1 แสนบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด นี่คือการแก้ไขปัญหาตรงจุด"นายสุรพงษ์กล่าว







