posttoday
ถอดถอนปูสั่นไหวถึงปฏิรูป

ถอดถอนปูสั่นไหวถึงปฏิรูป

04 พฤศจิกายน 2557

สัมผัสได้ถึงแรงสั่นไหวทางการเมืองเมื่อญัตติ “ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

สัมผัสได้ถึงแรงสั่นไหวทางการเมืองเมื่อญัตติ “ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เตรียมจะพิจารณาถอดถอน “นิคม ไวยรัชพานิช” อดีตประธานวุฒิสภา และ “สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์” อดีตประธานรัฐสภา ในคดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 เกี่ยวกับที่มาของ สว.โดยมิชอบในวันที่ 6 พ.ย.นี้

ไม่เพียงเท่านั้น หากแต่การพิจารณาถอดถอนอดีต 2 ประธาน ทั้งสภาสูงและสภาล่างจะลุกลามไปถึงปมใหญ่กว่านั้นที่อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งอีกระลอกภายใต้สถานการณ์พิเศษ

นั่นคือ ประธาน สนช.สั่งบรรจุวาระพิจารณาสำนวนถอดถอน “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานไม่ระงับยับยั้งการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ตามคำฟ้องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวันที่ 12 พ.ย.นี้

นักการเมืองต่างรู้กันดีในการวางหมากเกม เมื่อฝ่ายหนึ่งกำลังเพลี่ยงพล้ำ ฝ่ายหนึ่งต้องรุกไล่ เมื่อฝ่ายหนึ่งรุกจนสุดซอยก็ถึงคราวต้องฮึดสู้จนยิบตา การสร้างกระแส สร้างอำนาจต่อรอง จึงต้องงัดนำมาใช้ในเกมป่วน

เพราะฉะนั้นอย่าได้แปลกใจเมื่อคดีถอดถอนนักการเมืองเริ่มใกล้สู่พิธีตัดริบบิ้นจากที่ประชุม สนช.จะออกไปในทิศทางใด ทำให้มีการเคลื่อนไหวคึกคักจากฟากของ 2 ผู้นำหลักทางการเมือง “ทักษิณยิ่งลักษณ์”

2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างแดนของยิ่งลักษณ์และพี่ชายไม่ว่าจะเป็นภาพบ่งบอกสีหน้าซาบซึ้งตรึงใจที่ญี่ปุ่น หรือพร้อมใจกันเลี้ยงดูหมีแพนด้าที่ประเทศจีนถูกทยอยนำเสนอผ่านสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง จะด้วยความเต็มใจของสื่อเอง หรือรายการคุณขอมาแบบเลี่ยงเสียไม่ได้ก็ตาม

แต่นั่นก็สามารถชิงพื้นที่สื่อสร้างกระแส “อย่าลืมฉัน” ให้กับบรรดาแฟนคลับได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงเท่านั้นหากแต่การแสดงบทบาทอดีตนายกฯ นอกทำเนียบของสองพี่น้องยังเป็นวิธีการสร้างแรงกดดันการทำงานและความเคลื่อนไหวของรัฐบาล และ คสช.ได้อยู่มาก

บทสัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ทำนองขอร้องสื่อมวลชนให้งดนำเสนอภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยกล่าวเลียบๆ เคียงๆ ใครทำผิดกฎหมายไม่ควรสนับสนุน ยิ่งเสนอก็จะทำให้เกิดการเปรียบเทียบว่า ทำไมรัฐบาลนี้ไม่ทำเหมือนรัฐบาลโน้น ถ้าไม่เสนอสถานการณ์ก็เบาลง

คำกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ มีนัยอยู่มากที่เหมือนต้องการลบกระแสกลบสถานการณ์

ขณะเดียวกัน ในส่วนของพรรคเพื่อไทยออกเดินเกมคู่ขนานเมื่อคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค และที่ปรึกษากฎหมาย “ยิ่งลักษณ์” ที่ออกโรงมาเขย่าด้วยการงัดข้อกฎหมายมาคัดค้านคำสั่งประธาน สนช.ใน 7 ประเด็น และยืนยันว่าการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายในการปฏิบัติหน้าที่ของอดีตนายกรัฐมนตรีในเรื่องคดีถอดถอนต้องเป็นไปโดยถูกต้องชอบธรรมตามหลักนิติธรรม

ฟากคนเสื้อแดงที่ยังจงรักภักดีต่อนายใหญ่และนายหญิง ตบเท้าออกมาเขย่ากันพึ่บพั่บ ทั้ง “หมอเหวง โตจิราการ” แกนนำคนเสื้อแดง ที่แย้งโดยหยิบเอาจุดบอดของคณะทำงานร่วม ระหว่าง “อัยการสูงสุดป.ป.ช.” ที่สำนวนยังไม่สมบูรณ์และยังไม่ได้ข้อสรุปแนวทางการฟ้อง จึงเห็นว่าให้ชะลอยับยั้งเรื่องออกไปก่อน

ขณะที่ “วรชัย เหมะ” อดีต สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. ที่ออกมาสวมบทบู๊หวังจะเป็นหนูช่วยราชสีห์ ไม่เกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น โดยบอกว่าพร้อมจะออกมาเคลื่อนไหวเช่นกัน หาก สนช.ทำตามคำขู่ของ ถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ที่บอกจะออกมาเคลื่อนไหวหาก สนช.ไม่รับพิจารณาถอดถอน

ทว่า การเคลื่อนไหวแบบเปิดหน้าอาจจะยังไม่น่ากลัว หรือเป็นที่กังวลมากเท่ากับกลุ่มที่แอบเคลื่อนไหวอยู่ใต้ดิน วางแผนเดินหน้ายุทธศาสตร์หวังใช้เกมการเมืองเดินนำหน้าเกมทหาร ซึ่งเป็นไปตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยยอมรับก่อนหน้านี้ว่ามี “คลื่นใต้น้ำ” อยู่จริง

กระทั่งการข่มขู่เคลื่อนไหวของม็อบทั้งสองขั้วการเมืองทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องกุมขมับ สังเกตได้จากการให้สัมภาษณ์สื่อมวลถึงกรณีดังกล่าว โดยได้พูดปรามๆ ม็อบ

“การข่มขู่จะออกมาชุมนุมนั้นผิดกฎหมาย ขณะนี้ให้ฝ่ายความมั่นคงไปพูดคุยแล้ว อย่ามาชุมนุมเลย มีอะไรก็เสนอความเห็นมาดีกว่า อย่าใช้ม็อบมากดดันกันมันก็เหมือนเก่า ผมก็ต้องออกมาใช้กฎหมายอยู่ดี ซึ่งมันก็จำเป็น อย่ามาพูดจาข่มขู่กันไปมาอย่างนี้ มันไม่ได้ ประชาชน ประเทศชาติ จะอยู่ตรงไหน”

สถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังปลุกขั้วขัดแย้งให้ออกมาท้าทายกฎอัยการศึก โดยที่ไม่มีใครสนใจหรือเกรงกลัว ต่างฝ่ายต่างข่มขู่กดดันการทำงานของ สนช.

สอดรับกับความเคลื่อนไหวของของ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ต้องเข้าหารือ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นการส่วนตัวเมื่อวันที่ 3 พ.ย. เพราะหากเกิดม็อบขึ้นมากลางเมืองอีกครั้ง อาจจะต้องเป็นหน้าที่ของหัวหน้า คสช.จะต้องตัดสินใจใช้อำนาจพิเศษแก้ปัญหา

สุดท้ายก็จะทำให้บ้านเมืองเดินถอยหลังลงคลอง กลับสู่วังวนความวุ่นวายอีกครั้ง

พีระมิดกำลังกลับหัว หมากการเมืองกำลังจะเดินเข้าฮอส และเดินนำหน้าหมากทหารไปหลายขุม ขณะเดียวกันการเมืองไม่ว่าจะขั้ว กปปส.หรือขั้ว นปช. ต่างมีมวลชนเป็นขุมกำลังของตัวเอง ขณะที่ทหารนั้นไม่มีขุมกำลังที่เป็นมวลชน มีเพียงขุมกำลังในรูปแบบการใช้อำนาจเท่านั้นที่เปรียบเหมือนนาฬิกาทราย นับวันจะยิ่งลดลงไม่มีวันที่จะเพิ่มหากใช้ในทางที่ผิด ไม่รู้จักพลิกแพลง

ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จะตัดสินใจทำอะไรลงไป คงต้องตั้งโจทย์ถามใจตัวเองก่อนว่า ธงในใจที่อยากจะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งคืออะไร จะสามารถแปรขุมกำลังในรูปแบบอำนาจมาเป็นการรวบขุมกำลังมวลชนทุกคนในชาติอยู่ตรงกลางร่วมกันได้

หลักความถูกต้องเป็นธรรมตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยย้ำ ใครผิดต้องว่าไปตามผิด ยึดหลักกฎหมายภายใต้คำโก้หรูเข้าควบคุมอำนาจต้องไม่เสียของ จึงอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องผสมให้กลมกล่อมออกมาอย่างพอดี อธิบายได้

เพราะถ้าเป็นไปในทางตรงข้าม ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ประเทศก็จะถอยหลังกลับสู่วังวนความวุ่นวายอีกครั้ง

ความฝันที่จะผลักดันเดินหน้าปฏิรูปประเทศ สร้างความปรองดอง เดินหน้าเศรษฐกิจ ทุกอย่างจะพังลงในพริบตา และเหตุผลของการเข้ามาทำปฏิวัติของ พล.อ.ประยุทธ์ ครั้งนี้เหลวอย่างไม่เป็นท่า ซ้ำร้ายภาพเก่าที่คนไทยขัดแย้งกัน ทะเลาะกัน ตีกัน ก็จะถูกฉายภาพออกมาอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง