อื้อฮือ ‘ซ่งฮื้อ’
อดีตนักตกปลาหลงยุคอย่างผม เพิ่งมารู้ พ.ศ.นี้เองว่า บ่อตกปลาหรือฟิชชิ่งปาร์ค
อดีตนักตกปลาหลงยุคอย่างผม เพิ่งมารู้ พ.ศ.นี้เองว่า บ่อตกปลาหรือฟิชชิ่งปาร์ค พัฒนาจนมีบ่อสำหรับเกมตกปลาชิงหลิวโดยเฉพาะมานานแล้ว
และปลาที่เคยเป็นตัวประกอบยอดเยี่ยมอย่างปลาซ่งฮื้อ ก็กลายเป็นดารานำในบ่อตกปลาสไตล์นี้ เพราะนักเลงชิงหลิวมีความท้าทายในการตกปลาซ่งฮื้อมากกว่าปลาอื่นใด
ในความรู้สึกของผม หนึ่งในเกมตกปลาที่คลาสสิกที่สุดในโลก เห็นจะเป็นการตกปลาซ่งฮื้อด้วยคันชิงหลิวนี่แหละ จะเป็นรองก็แค่การตกปลาเทราต์ตามลำธารกลางป่าด้วยอุปกรณ์ Fly Fishing โดยมี Ice Fishing หรือเจาะรูตกปลาบนแผ่นน้ำแข็ง บดเบียดอย่างสูสี (คะแนนจากมโนล้วนๆ แหะๆ)
หากเปรียบดารานำรุ่นเดอะแห่งบ่อตกปลาอย่างปลาสวาย เป็นดั่งปลาฉลาม จากพฤติกรรมการกินเหยื่อ ใช้ปากงับฉวย ลากสายไปอย่างเร็วแรง ปลาซ่งฮื้อ ดาราทองยุคใหม่ ก็คงเปรียบเป็นปลาฉลามวาฬ
เพราะซ่งฮื้อว่ายน้ำไม่เร็ว ปากที่อ้ากว้างได้ขนาดสอดกำปั้นเข้าไปได้สบายๆ ทำหน้าที่เป็นเครื่องดูดแพลงตอน หรือละอองอาหารที่ลอยในน้ำ แบบเดียวกับปลาฉลามวาฬไม่มีผิด ไม่ได้เข้าฉวยเหยื่อก้อนตรงๆ
ตรงที่จึงเป็นความท้าทายสำคัญของนักตกปลาด้วยคันชิงหลิว ปลาตัวโต ปากก็ใหญ่ แต่ดันกินเหยื่อเบากว่าปลาอื่น นักตกปลาต้องจ้องหางทุ่นที่ปริ่มๆ ผิวน้ำลูกตาแทบปะทุ ยิ่งช่วงแดดแรงเป็นแสงสะท้อนละก็ มือกุมคันเบ็ด น้ำตาจิไหล (เปล่าซึ้งนะ มันทรมานอ่ะ 555)
การตกปลาซ่งฮื้อเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ละเอียดอ่อน แค่การตั้งทุ่นก็มีรูปแบบสำหรับปลาซ่งฮื้อโดยเฉพาะแล้ว ไหนยังต้องอ่านให้ขาด ว่าหางทุ่นกระดิกๆ แบบนั้นแบบนี้ จังหวะไหนกันแน่ที่เบ็ดถูกดูดเข้าไปอยู่ปากปลาพอดี
มีคนถามผมเรื่อย ปลาซ่งฮื้อนี่มันหน้าตายังไง ผมก็ตอบแค่ว่าเคยกินหัวปลาหม้อไฟไหมล่ะ? ก็ตัวนั้นแหละ บางคนร้องอ๋อๆ ตอบว่าเคยกิน
แต่ผมก็ยังสงสัยว่าเขาเคยกิน แต่ไม่รู้จักหน้าของปลาซ่งฮื้ออยู่ดีนั่นแหละ 555


