
มทภ.4สั่งปรับกลยุทธ์ใหม่หลังเหตุบึ้ม-ลอบเผาใต้
แม่ทัพภาค4สั่งปรับกลยุทธ์รักษาความปลอดภัยนอกเขตพื้นที่เมืองหลังเผาส่งสัญญาณที่นราธิวาส-ลอบบึ้มในปัตตานี
แม่ทัพภาค4สั่งปรับกลยุทธ์รักษาความปลอดภัยนอกเขตพื้นที่เมืองหลังเผาส่งสัญญาณที่นราธิวาส-ลอบบึ้มในปัตตานี
เมื่อวันที่1พ.ย.57 พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า เหตุการณ์คนร้ายสร้างสถานการณ์ก่อกวนในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส เมื่อ วันที่ 31 ตุลาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 18.43 – 19.30น.โดยในที่จังหวัดนราธิวาสเกิดเหตุขึ้นจำนวน 2 จุด คือ ลอบเผาเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ ดีแทค ได้รับความเสียหายเล็กน้อย 2 ต้น ในพื้นที่ อ.ยี่งอ และวางเพลิงเสาส่งสัญญาณ ในพื้นที่ อำเภอรือเสาะ กำลังภาคประชาชนและส่วนท้องถิ่นได้ควบคุมเพลิงเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี จำนวน 4 จุด ซึ่งทั้งหมดเป็นร้านคาราโอเกะ ทำให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 1 คน คือ นางสาวหมวย ริดธิชัย อายุ17 ปี เป็นชาวลาว ซึ่งมาทำงานเป็นลูกจ้างในร้ านคาราโอเกะ และได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย คือ นาง พรรณี ราชชาดา อายุ 45 ปี โดยถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณขาด้ านซ้าย ปัจจุบันนำส่งโรงพยาบาลปัตตานี สำหรับความเสียหายของร้านค้า อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
“จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมุ่งสร้างสถานการณ์ก่อกวนด้วยการลอบวางเพลิงสิ่งสาธารณะประโยชน์ และลอบวางระเบิดสถานบันเทิง โดยใช้ระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็ก บรรจุในท่อเหล็ก ขนาด 2 x 6 นิ้ว จุดชนวนด้วยการตั้งเวลา วิ่งเข้ามาวางในร้านแล้วหลบหนี ไปก่อนเกิดระเบิดขึ้น จนนำมาสู่ความสูญเสียดังกล่าว"พันเอกปราโมทย์ กล่าว
ทั้งนี้ พลเอกอุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก ได้แสดงความห่วงใยพร้อมสั่งกำชับให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เร่งคลี่คลายสถานการณ์ และสั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจปั ตตานี และศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ เข้าควบคุมสถานการณ์พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐาน และเบาะแสคนร้าย เพื่อติดตามจับกุมมาลงโทษตามกฎหมายต่ อไป พร้อมทั้งได้สั่งการให้หน่วยปรับกลยุทธ์การรักษาความปลอดภัยนอกเขตพื้นที่เมือง ด้วยการตั้งด่านตรวจ แบบไม่เป็นเวลาให้มากขึ้น นอกจากนี้ให้เพ่งเล็งเขตพื้นที่ เมืองเศรษฐกิจ และที่ตั้งฐานปฏิบัติการให้มากขึ้น
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ หน่วยสามารถคลี่คลายสถานการณ์ ได้อย่างรวดเร็วพราะทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำลังภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหากันอย่างจริงจัง ในขณะที่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุ นแรงยังคงสร้างสถานการณ์ความรุ นแรงแบบสุดโต่ง เผด็จการ และก่อการร้าย โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิ ตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน แต่อย่างใด ทั้งนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความเสียหาย เพื่อหาทางช่วยเหลือเยียวยาต่ อไป จึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมกันประณาม และต่อต้านพฤติกรรมดังกล่าวพร้ อมกับขอความร่วมมือช่วยกันแจ้ งเบาะแสคนร้าย โทร 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง







