posttoday
๑๕ปุจฉาวิสัชนาที่ควรศึกษา(๗)

๑๕ปุจฉาวิสัชนาที่ควรศึกษา(๗)

07 มิถุนายน 2553

....พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉาที่ ๕ มีคนถามว่าทุกวันนี้ศาสนาเสื่อม หรือจิตใจของคนเสื่อมกันแน่

วิสัชนา : ลองสังเกตไหมว่าในคาถาที่ ๑ ๓ มงคลนี่ ไปหาผู้รู้และหลีกเลี่ยงผู้ไม่รู้ที่จะสั่งสอนเราผิดๆ เช่น พระเจ้าอชาตศัตรู ได้รับการสั่งสอนจากพระเทวทัต อันเป็นมิตรที่ไม่ดี เลยทำปิตุฆาตฆ่าพ่อ เราไปคบกับบุคคลในสังคมที่ชักชวนกันไปทำสิ่งที่ไม่ดี รับรองได้ว่า เราก็ต้องรับผล มีหลายคนต้องมีคดีความ มีหมายจับ ต่างๆ สุดท้ายไม่มีใครเหลียวแล หวังว่าไอ้นี่ได้ดีเมื่อไหร่พวกเราจะต้องได้ดีตาม ไม่เคยมีความสำเร็จในความชั่วอย่างแท้จริงหรอก เชื่อเถิด สภาพธรรมอันหนึ่งของโลกก็คือ กรรม วิบาก กิเลส ความดี ความชั่ว บุญบาป รับรองไม่เคยมีภูเขาน้ำแข็งที่จะอยู่ได้มั่นคงเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น

ไม่มีหรอก ภาพลวงตา แล้ววันหนึ่งทุกคนจะต้องชดใช้กรรม สุดท้ายจึงมองเห็นแล้วก็เสียใจที่ตนเองทำชั่วมานาน สุดท้ายดุจพระเทวทัต ธรณีก็สูบเสียแล้ว แต่ก็ยังดียังระลึกได้ และอานิสงส์ที่ระลึกได้สุดท้ายนี่ มีศรัทธาจิตเกิดขึ้นท่ามกลางวิบากกรรม อกุศล เมื่อพ้นกรรมนั้นก็ยังมาเข้าธรรมอันสูงได้ ตามพุทธทำนายที่กล่าวไว้ ในวิสัยของพระเทวทัตที่ว่าสืบเนื่องต่อมา เมื่อพ้นอเวจีนรก จะมาสู่ความเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า แต่ผลกรรมก็ยังตามมาอีก เมื่อจะแสดงธรรม อ้าปากแล้วจะเหม็นไปหลายร้อยโยชน์ ด้วยการใช้วาจาจาบจ้วงล่วงเกินพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ทำสังฆเภท

ทำความแตกแยกแบ่งสงฆ์ พุทธศาสนาเน้นเรื่องการทำลายความสามัคคี เป็นโทษอันยิ่ง สังคมอยู่ดีมีสุขเป็นหนึ่งเดียว เราส่งเสริมสนับสนุนเราได้บุญ เราไปกล่าวยุยง ส่งเสริมให้เกิดความแตกแยกอันนำไปสู่การทำร้ายทำลายกันนี่เป็นมหาบาป เป็นครุกรรมฝ่ายอกุศล ผู้กระทำใดๆ ไม่ต้องกลัวหรอก รับกรรมเนื้อๆ เต็มๆ และรับเร็วด้วย จะใช้เครื่องมือสื่อสารแบบไหนก็แล้วแต่ ถ้าการสื่อสารนั้นออกมาในวิถีที่เจตนาดูเหมือนเขียนดี พูดดี แต่ถ้าอิงด้วยอกุศลเจตนาก็เป็นบาป เนื้อนัยความหมายอยู่ที่เจตนาธรรม สุดท้ายผลกรรมนั้นต้องเกิดขึ้น แต่ถามว่าทำไมบางคนบางพวก เดือดร้อน เร่าร้อน แต่ทำไมยังไม่สำนึก ยิ่งลึกยิ่งมืด ยิ่งมืดยิ่งหลง ยิ่งหลงยิ่งลึกไง ยากที่จะขึ้นมาได้

ปุจฉาที่ ๖ คนเหล่านี้วาระสุดท้ายก็ยังไม่สำนึกได้ใช่ไหมครับ

วิสัชนา ไม่แน่ ก็เหมือนพระเทวทัต พอสุดท้ายสำนึกขึ้นมา สะดุ้ง จึงกลับมาเพื่อกราบขอขมา พระพุทธเจ้า ที่พระเชตวัน เมื่อสานุศิษย์ที่เหลืออยู่วางแคร่ที่หามมาหน้าพระเชตวันริมหนองน้ำ พอวางลงจะไปสรงน้ำล้างตัว เพื่อจะไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พอวางลง พระเทวทัตวางเท้าลงเหยียบปฐพีเท่านั้น ธรณีสูบเลย ในขณะนั้นจึงสำนึก แต่มันสายไป ปัญหาคือสำนึกได้แต่กรรมที่เราก่อกรรมทำเข็ญไว้มันไม่ให้เราทำความดี โอกาสที่จะทำความดีมันปิดเสียแล้ว หลายคนเมื่อยังมีหน้าที่โอกาสวาสนาจะทำความดีไม่ยอมทำ พอสิ้นวาสนา อยากจะมาทำความดี แต่ความดีเหล่านี้ไม่เคยให้โอกาสที่สองที่สามกับทุกคนเสมอ สังเกตไหมมีหลายเรื่องที่เราอยากให้มันกลับคืนมา มันไม่กลับยิ่งตามหายิ่งหนีห่าง ยิ่งหนีห่างยิ่งตามหา ยิ่งไกลยิ่งใกล้ ยิ่งใกล้ยิ่งไกล มันเป็นเรื่องธรรม

เพราะฉะนั้น ถ้าเรามองอย่างเข้าใจ มงคลความดีความจริงทั้งปวง พระพุทธเจ้าตรัสให้เรามองหาความหมายธรรม หาบัณฑิต คบผู้รู้ บูชาบุคคลที่ควรบูชา คบแล้วให้บูชา คือนอบน้อมเข้าไปหา บัณฑิตก็คือผู้รู้ ผู้มีศีลธรรม การบูชาคือเข้าไปกราบไปหาท่าน ผู้เป็นทักขิเนยบุคคล ลุกขึ้นต้อนรับ ลุกขึ้นคำนับ และทำการถวายสักการบูชา ถวายทักษิณาทาน อันเหมาะควรเพื่อหวังได้รับการอนุเคราะห์สั่งสอน อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเนยโย การบูชาบุคคลเหล่านั้น เพื่ออะไร เพื่อนำมาสู่การได้รับการเรียนรู้ การสั่งสอนที่ดี ซึ่งเราจะมีสิ่งเหล่านี้ได้ ต้องมีอยู่มงคลตัวหนึ่ง คือ มงคลในคาถาที่ ๒ ปะฏิรูปะเทสะวาโส จะ เราจะพบบัณฑิตได้มิใช่จะมีไปทุกประเทศนะ การได้มาเกิดในถิ่นประเทศอันควร การได้พบก็ต้องมีบุญเก่าหนุนมา และการตั้งตนเอาไว้โดยชอบ อัตตะสัมมาปะนิธิ จะ การดำรงตนชอบอยู่ในปัจจุบัน คือปัจจุบันต้องทำความชอบไม่ใช่ไปอิงบุญเก่าอย่างเดียว

แต่บุญเก่านี่ต้องหนุนมา ปัจจุบันนี่ก็ชอบธรรมอยู่และต้องอยู่ในประเทศที่ควร สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นตามเหตุตามปัจจัย เป็นผลสืบเนื่องมาจากการกระทำของเรา การจะพบบัณฑิตได้นี่ องค์ประกอบของเราอยู่ที่ไหน เราเกิดในประเทศดินแดนของความป่าเถื่อน ห่างไกล ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา เราก็รับธรรมไม่ได้ เราเป็นคนวิปลาสคลาดเคลื่อน สัปปายะไม่ดีก็รับธรรมไม่ได้ เราพูดภาษากันไม่รู้เรื่องขาดจิตสำนึก ก็รับธรรมกันไม่ได้ เราติดสุขเกินไปเหมือนเทวดากายทิพย์ เหมือนคนที่มีสมบัติมากมายจึงไม่ไปวัด ลืมศีลธรรม ก็รับธรรมไม่ได้ เพราะมันสุข สุขจนมันลืม มันไม่ยอมทุกข์ มันติดสุข ก็รับธรรมไม่ได้ สุขชั่วขณะหนึ่งที่ได้รับผลบุญมา พอติดขึ้นมานี่ ไม่สร้างต่อแล้ว พอถามถึงทุกข์ ฉันไม่เห็นทุกข์เลย ไม่เห็นต้องเดือดร้อนไปเลย ก็มีความสุขดี เกิดมาทำมาหากินได้ทรัพย์สมบัติมา ที่จริงไอ้ทำมาหากินมันมาจากบุญหนุนเนื่องมา อัตตะสัมมาปะณิธิ จะ การดำรงตนตั้งมั่น

บุญนั้นทำให้เรามาเกิดในประเทศอันควร มีบ้าน มีครอบครัว มีพื้นที่ มีสภาพทางภูมิศาสตร์ ทำให้เกื้อกูลให้เราสามารถทำความดีได้ ไม่ฟลุก ไม่บังเอิญ ให้เราได้มาอยู่ตรงนี้ ในประเทศไทย สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อให้เรามีความสำนึกที่จะต้องประพฤติปฏิบัติชอบให้ยิ่งขึ้น ไม่ใช่อิงบุญจนลืมธรรม ต้องประกอบธรรมต่อเนื่องเพื่อให้บุญขยายตัวต่อเนื่องสืบเนื่องไปอีก จริงๆ แล้ว ความเป็นมงคลเหล่านี้ กว่าจะทำให้เกิดการสำนึกได้ต้องบอกว่ามันเป็นกระบวนการเชิงของกรรม กิเลส วิบาก ต้องเข้าใจเรื่องของความศรัทธาหรือสัทธา กัมมสัทธา วิปากสัทธา กัมมัสสกตาสัทธา เราเป็นสัตว์อาศัยกรรม สังเกตไหมว่าเราไม่ได้มานั่งอิงกรรม

อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล