
ธุรกิจชายแดนบุกพม่าเปิดประตุการค้าอันดามัน
8 ปิยะรัชต์ จงเจริญ
ผลการเดินทางกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มนักธุรกิจภาคกลางตอนล่าง กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม และสุพรรณบุรี กับนักธุรกิจพม่าช่วงกลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ลู่ทางการค้าซึ่งประเทศไทยกำลังวาดฝันถึงยุทธศาสตร์เส้นทางเชื่อมทะเลจีนใต้สู่อันดามัน จากประเทศเวียดนาม ผ่านไทย เข้าสู่พม่า และอาจเชื่อมโยงต่อไปถึงกลุ่มประเทศเอเชียใต้ ไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝันอีกต่อไป
นายสมภพ ธีระสานต์ ประธานสภาอุตสาหกรรมกาญจนบุรี กล่าวถึงผลสำเร็จว่า จากการนำผลิตภัณฑ์จากประเทศไทยไปแสดง มีนักธุรกิจชาวพม่าให้ความสนใจกว่า 100 ราย และมีแนวโน้มที่จะทำธุรกิจร่วมกันในอนาคตประมาณ 53 ราย
“
ผลิตภัณฑ์จากไทยที่พม่าสนใจได้แก่ เครื่องจักรกลทางการเกษตรขนาดเล็ก โรงสีข้าว เครื่องตรวจวัดความชื้นข้าว รองเท้า เครื่องใช้เด็กเล็ก ผลิตภัณฑ์พลาสติก เสื้อผ้า อะไหล่และอุปกรณ์รถจักรยานยนต์ ยาและเวชภัณฑ์ รวมทั้งนักธุรกิจพม่าต้องการส่งวัตถุดิบการเกษตรมาป้อนโรงงานในประเทศไทย”ประเด็นสำคัญที่คณะนักธุรกิจไทยไม่ยอมพลาดคือการติดตามความคืบหน้าการสำรวจและออกแบบเส้นทางการค้าจากท่าเรือน้ำลึกเมืองทวาย เข้ามายัง จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีความคืบหน้าไปมากแล้ว
ประธานสภาอุตสาหกรรมกาญจนบุรี กล่าวว่า มีการเปิดเส้นทางจากด่านพุน้ำร้อน อ.เมืองกาญจนบุรี ไปถึงแม่น้ำธิธะ ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร และใช้เส้นทางรถที่มีการใช้งานอยู่เดิมมายังทวายได้แล้ว ในช่วงฤดูแล้งสามารถใช้รถบรรทุกสี่ล้อธรรมดาวิ่งจากกาญจนบุรีสู่ทวายได้อย่างสบาย
“
สภาอุตสาหกรรมฯ เตรียมโครงการที่จะนำนักธุรกิจไทยขออนุญาตนำเที่ยวบินพิเศษบินขึ้นจากสนามบินกองพลทหารราบที่ 9 จ.กาญจนบุรี บินตรงสู่เมืองทวาย แล้วนำกองคาราวานสินค้าเดินทางจากเมืองทวายกลับมากาญจนบุรีโดยทางรถยนต์ เพื่อเดินทางต่อไปยังกัมพูชา และเวียดนาม ในราวเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งจะนับเป็นการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ที่กลุ่มคาราวานนักธุรกิจไทยจะเดินทางโดยรถยนต์จากฝั่งมหาสมุทรหนึ่งไปยังอีกฝั่งมหาสมุทรหนึ่ง” นายสมภพ กล่าวด้านนายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี ผวจ.กาญจนบุรี หัวเรือใหญ่ในการจัดงาน กล่าวว่า เราได้มีการเสวนาภาครัฐและเอกชนระหว่าง 2 ประเทศเพื่อยกระดับจุดผ่อนปรนทางการค้าเป็นจุดผ่านแดนถาวร ส่งเสริมการค้าชายแดนให้มีมูลค่าการค้าเพิ่มขึ้น
“
สำหรับโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกเมืองทวาย อาจกล่าวได้ว่าเป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดในทศวรรษ ความร่วมมือดังกล่าวจะสร้างโอกาสให้กับภาคตะวันตกของประเทศไทยและประเทศพม่า ซึ่งจะเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกัน สินค้าต่างๆ ก็จะสามารถส่งออกไปยัง เอเชียใต้ แอฟริกา ในขณะเดียวกันสินค้าจากประเทศเหล่านั้นก็จะถูกส่งผ่านมายังท่าเรือน้ำลึกทวาย ผ่านกาญจนบุรี ไปยังท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี และส่งออกไปสู่ประเทศในแถบแปซิฟิก รวมทั้งเอเชีย ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือได้ว่าเป็นประตูการค้าที่สำคัญของโลกอีกจุดหนึ่ง” นายเริงศักดิ์ กล่าวการดำเนินการของกลุ่มธุรกิจและภาครัฐในพื้นที่ชายแดนกำลังดำเนินไป รอเพียงนโยบายการขับเคลื่อนที่เข้มแข็งและเอาจริงของรัฐบาล เพื่อให้ความหวังประตูและเส้นทางการค้าใหม่แห่งนี้เกิดขึ้นได้จริง







