posttoday
ศึกหนัก กมธ.ยกร่างฯเขียน รธน.ฝ่าครหา

ศึกหนัก กมธ.ยกร่างฯเขียน รธน.ฝ่าครหา

31 ตุลาคม 2557

ผ่านไปครึ่งทางแล้วสำหรับการจัดตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.)

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ผ่านไปครึ่งทางแล้วสำหรับการจัดตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ หลังจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้ทยอยเลือกบุคคลเข้าไปดำรงตำแหน่งตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557

การคัดเลือกของ สปช.นับว่ามีความเข้มข้น เพราะตอนแรกมีการชิงไหวชิงพริบในเรื่องการวางสูตรสำหรับการจัดสรรตำแหน่งว่าจะเอาสูตรระหว่างเป็นระบบโควตาตามด้านวิชาชีพและกลุ่มจังหวัด หรือระบบฟรีโหวตที่ให้สมาชิก สปช.ไปวัดดวงเลือกกันในสภาโดยไม่ต้องสนใจว่าใครเป็นใคร ซึ่งเป็นจุดที่สร้างรอยร้าวภายใน สปช.อยู่ไม่น้อย เนื่องจาก สปช.กลุ่มจังหวัดมองว่าหากใช้ระบบฟรีโหวตอาจทำให้สมาชิก สปช.ที่คาดว่าจะได้ 4 คน ไปๆ มาๆ อาจจะไม่ได้สักคน

สุดท้ายการโหวตในสภา สปช.ก็ลงตัว เมื่อปรากฏโฉมหน้าของ กมธ.ยกร่างฯ จำนวน 20 คนของ สปช.มีการแบ่งเก้าอี้กันครบทุกกลุ่ม กลุ่มจังหวัดก็ได้ไป 4 คนตามความประสงค์ ส่วนสมาชิก สปช.กลุ่มวิชาชีพ 11 ด้าน ก็ได้เก้าอี้ไป 16 คน ตามข้อตกลงกันเองภายในกลุ่ม เรียกได้ว่าแฮบปี้เอนดิ้งกันทุกฝ่าย

มองการเลือก กมธ.ยกร่างฯ ของ สปช.จำนวน 20 คน จะเห็นได้ว่าเป็นการจัดสรรประโยชน์กันลงตัวร่วมกันระหว่าง 4 กลุ่ม

1.กลุ่มอดีต สว. ดูได้จากการเข้าไปในตำแหน่งของ “คำนูณ สิทธิสมาน” และ “ไพบูลย์ นิติตะวัน” ซึ่งเป็น สว.ที่มีบทบาทอย่างมากในการตรวจสอบรัฐบาลยิ่งลักษณ์ รวมไปถึงการเข้าไปเป็นหนึ่งในกลุ่ม สว. ที่พยายามหาทางออกให้กับวิกฤตการเมืองก่อนเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร

2.กลุ่มมวลมหาประชาชน เนื่องจากมีนักวิชาการที่เคยขึ้นเวทีและร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่ม กปปส.ได้ตำแหน่งเพื่อเข้ามาสานต่อแนวคิด การปฏิรูปเพื่อสร้างประชาธิปไตยให้สมบูรณ์มีความเป็นรูปธรรม เช่น “จรัส สุวรรณมาลา” สมาชิก สปช.ด้านปกครองท้องถิ่น “นพ.ชูชัย ศุภวงศ์” อดีต กมธ.ยกร่างฯ เมื่อปี 2549 ที่เคยผ่านการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2550

3.กลุ่มนักวิชาการ ในกลุ่มนี้ถือว่าสถาบันพระปกเกล้ามีความโดดเด่นเป็นอย่างมากเมื่อ มีผู้บริหารของสถาบันได้รับโอกาสให้ทำงานใหญ่ถึง 2 คน คือ วุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการ สมาชิก สปช.ด้านการปกครองท้องถิ่น และถวิลวดี บุรีกุล สมาชิก สปช.ด้านบริหารราชการแผ่นดิน ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา ซึ่งทั้งสองคนนี้จะเป็นกำลังหลักให้กับ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ว่าที่ประธาน กมธ. ยกร่างฯ และเลขาธิการสถาบัน เพื่อทำให้การเขียนรัฐธรรมนูญสำหรับเป็นแผนแม่บทในการปฏิรูปประเทศไม่เสียของ

ไม่เพียงแต่จะมีนักวิชาการจากสถาบัน พระปกเกล้าที่เตรียมเข้ามาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เท่านั้น เพราะยังมีนักวิชาการที่ทรงอิทธิพลทางความคิดในสังคมอย่าง “เอนก เหล่าธรรมทัศน์” สมาชิก สปช.ด้านการเมือง คณบดีวิทยาลัยบริหารรัฐกิจและรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เช่นเดียวกับ “มีชัย วีระไวทยะ” สมาชิก สปช.ด้านการศึกษา

4.กลุ่มตัวแทนภูมิภาค ประกอบด้วย “ประชา เตรัตน์” สมาชิก สปช.ชลบุรี มาตามโควตาภาคกลางและตะวันออก “เชิดชัย วงศ์เสรี” สมาชิก สปช.ภูเก็ต ในโควตาภาคใต้ “จุมพล สุขมั่น” สมาชิก สปช.เชียงราย สัดส่วนภาคเหนือ และ พล.ท.นคร สุขประเสริฐ สมาชิก สปช.ร้อยเอ็ด สัดส่วนจากภาคตะวันออก เฉียงเหนือ โดยในกรณีของประชาย่อมมอง ได้ว่าเก้าอี้ กมธ.ยกร่างฯ เป็นตำแหน่งปลอบใจหลังจากพลาดหวังตำแหน่งรองประธาน สปช.คนที่ 2

ทั้งนี้ การคัดเลือก กมธ.ยกร่างฯ ใน สปช.อาจจะเต็มไปด้วยความสมานฉันท์ แต่สำหรับการชิงเก้าอี้ กมธ.ยกร่างฯ ใน สนช.กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะปรากฏว่ามีเหตุการณ์พลิกโผ เกิดขึ้นในนาทีสุดท้าย

ตอนแรกภายใน สนช.ได้เห็นร่วมกันแล้วว่า ทั้งห้าเก้าอี้จะจัดสรรตามความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย การบริหารราชการแผ่นดิน การศึกษา และความมั่นคง ซึ่งการลงมติเลือก กมธ.ก็เป็นไปตามพิมพ์เขียวนี้ทุกประการ

ไม่ว่าจะเป็น “ดิสทัต โหตระกิตย์” เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา “กาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์” กรรมการกฤษฎีกาและอดีต กมธ. ยกร่างฯ เมื่อปี 2549 “ปรีชา วัชราภัย” อดีตเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน “วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์” อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง

แต่มาผิดคาดตรงที่การมาของ “พล.อ. ยอดยุทธ บุญญาธิการ” ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ของ สนช. และเตรียมทหาร (ตท.) รุ่นที่ 12 รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งมา ปาดหน้าแซงโค้ง “พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม” ตัวเต็งในสายทหารไปด้วยคะแนนไม่ห่างกันมากนัก โดย พล.อ.ยอดยุทธ ได้ 100 คะแนน คว้าตั๋วใบสุดท้าย ส่วน พล.อ.สมเจตน์ มาในอันดับที่ 6 ด้วยคะแนน 85 คะแนน

เดิมที พล.อ.สมเจตน์ ได้รับเสียงสนับสนุนอยู่พอสมควร เนื่องจากเห็นว่า พล.อ.สมเจตน์ มีประสบการณ์ในการทำงานสภาและเข้าใจ ในหลักของรัฐธรรมนูญ โดย พล.อ.สมเจตน์ แสดงให้เห็นมาแล้วจากการเป็นหนึ่งใน สว. ที่ขึ้นว่าความต่อสู้กับพรรคเพื่อไทยในศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อล้มกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 แต่จนแล้วจนรอด พล.อ.สมเจตน์ ก็ไปไม่ถึงฝั่งเมื่อแพ้กำลังภายในของเครือข่าย ตท.12 ซึ่งสร้างความเสียดายให้กับกลุ่ม สนช.ที่สนับสนุน พล.อ.สมเจตน์ แต่จะถึงขั้นเป็นรอยร้าวลามไปถึงงานใหญ่หรือไม่คงติดตามกันต่อไปในอนาคต

การจัดตั้งคณะ กมธ.ยกร่างฯ ผ่านมาแล้วครึ่งทาง เหลืออีก 2 ส่วน จากคณะรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ รวม 11 ตำแหน่ง รวมตำแหน่งประธาน กมธ. โดยจะต้องให้เสร็จไม่เกินวันที่ 4 พ.ย. แต่กระนั้น ก็ยังมีคำถามตามมาว่าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อเป็นประตูสู่การปฏิรูปจะเสียของหรือไม่

ในด้านตัวบุคคลเท่าที่ปรากฏออกมา 30 คนจาก สปช.และ สนช.ในขณะนี้อาจกระจายไปตามความรู้ความสามารถก็จริง แต่ต้องไม่ลืมว่ามีตัวบุคคลที่เป็นคู่ขัดแย้งทางการเมืองเข้าไปอยู่ในคณะ กมธ.ยกร่างฯ ซึ่งเตรียมเสนอแนวคิดการปฏิรูปประเทศในแบบที่มองได้ว่าสุดโต่งที่สุ่มเสี่ยงต่อการสร้างความขัดแย้งในทางการเมือง

แม้ในมุมหนึ่งคนกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มเสียงข้างน้อยในคณะ กมธ.ยกร่างฯ หรือในสภา ไม่มีผลต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่อาจเป็นจุดที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามอย่างพรรคเพื่อไทยมีข้ออ้างสำหรับใช้โจมตีว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาจากกลุ่มคนที่ต้องการแก้แค้นมากกว่าแก้ไขปัญหาประเทศ จากเดิมที่กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญมีข้อกังขาอยู่แล้วจากการไม่ยอมให้มีการทำประชามติ

ดังนั้น จากนี้ไปจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญของคณะ กมธ.ยกร่างฯ ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นำไปสู่การสร้างความสมานฉันท์มากที่สุดไปพร้อมๆ กับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท