
พลิกวิกฤติแล้งเป็นโอกาสระบายข้าว
ประเทศไทยเตรียมเผชิญกับปัญหาภัยแล้งหนักที่สุดนับตั้งแต่ปี 1994 ส่งผลให้ทางคณะรัฐมนตรีประเทศไทยออกมติให้หยุดจ่ายน้ำให้กับชาวนา 26 จังหวัดตามลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและลุ่มแม่น้ำกลอง โดยเริ่มตั้งแต่ พ.ย. 2557 – เม.ย. 2558 ซึ่งส่งกระทบชาวนากว่า 2.6 แสนครัวเรือน
ประเทศไทยเตรียมเผชิญกับปัญหาภัยแล้งหนักที่สุดนับตั้งแต่ปี 1994 ส่งผลให้ทางคณะรัฐมนตรีประเทศไทยออกมติให้หยุดจ่ายน้ำให้กับชาวนา 26 จังหวัดตามลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและลุ่มแม่น้ำกลอง โดยเริ่มตั้งแต่ พ.ย. 2557 – เม.ย. 2558 ซึ่งส่งกระทบชาวนากว่า 2.6 แสนครัวเรือน
บลูมเบิร์ก สื่อเศรษฐกิจชั้นนำ ไม่พลาดที่จะจับเรื่องดังกล่าวไปรายงาน ว่า การหยุดจ่ายน้ำให้กับชาวนาในครั้งนี้ จะทำให้ผลผลิตข้าวของประเทศไทยลดลงไปถึง 36% ซึ่งบลูกเบิร์กได้อ้างคนิต ลิขิตวิทยาวุฒิ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ว่า ผลผลิตข้าวจากการเก็บเกี่ยวรอบ 2 ที่คิดเป็น 1 ใน 4 ของปริมาณผลผลิตทั้งหมดต่อปี จะลดลง 4 ล้านตัน เหลือเพียง 7 ล้านตัน ส่งผลให้ยอดผลผลิตทั้งปีลดลงเหลือ 34 ล้านตัน ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009-2010
การหยุดจ่ายน้ำนี้ จะกระทบต่อชาวนาที่ทำมาหากินด้วยพืชผลทางการเกษตรเป็นหลัก รวมถึงกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจในภายภาคหน้า เนื่องจากผลผลิตภาคการเกษตรคิดเป็น 8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี)
อย่างไรก็ตาม ผลผลิตที่ลดลงนี้ อาจส่งผลดีต่อการระบายสต็อกข้าวที่เก็บสะสมไว้นับตั้งแต่นโยบายจำนำข้าวในปี 2011 ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งทางกระทรวงเกษตรของสหรัฐระบุว่า สต๊อกข้าวขัดสีของของไทยในปี 2014 เพิ่มสูงขึ้นไปอยู่ที่ 13.2 ล้านตัน จากปี 2011 ที่มีปริมาณเพียง 5.6 ล้านตัน ในขณะที่ทางองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ระบุว่า สต๊อกข้าวขัดสีของประเทศไทยอยู่ที่ 18 ล้านตัน ซึ่งคิดเป็น 45% ของปริมาณการส่งออกข้าวทั่วโลก
คอนเซปซิออน คัลเป นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสแห่งเอฟเอโอ ที่กรุงโรม กล่าวว่า การเพิ่มจำนวนผลผลิตทางการเกษตรจะทำให้การระบายสต๊อกข้าวทำได้ยากขึ้น โดยรัฐบาลไทยมีความระมัดระวังในการระบายออกข้าวในปริมาณมาก เนื่องจากการระบายออกจำนวนมากจะทำให้ราคาข้าวในตลาดตกลง
คัลเป กล่าวเพิ่มเติมว่า การส่งออกข้าวของไทยอาจเพิ่มขึ้น 10% เป็น 10.6 ล้านตันในปี 2015 ซึ่งมากกว่าการส่งออกข้าวของอินเดียที่ถือเป็นมือส่งออกอันดับ 1 ในปัจจุบัน
“ผลผลิตทางเกษตรที่แย่ อาจเป็นคำอวยพรให้กับการแก้ปัญหาสต๊อกข้าวของไทยก็ได้” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสแห่งเอฟเอโอ กล่าว
ทั้งนี้ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุว่า ราคาข้าว 5% ในวันที่ 29 ต.ค. อยู่ที่ 426 เหรียญสหรัฐต่อตัน (ราว 1.36 หมื่นบาท) มากกว่าราคาของข้าวชนิดเดียวกันในวันที่ 28 พ.ค. ซึ่งอยู่ที่ 384 เหรียญสหรัฐต่อตัน ถึง 11% ซึ่งบลูกเบิร์กยังรายงานอ้าง พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่า ราคาข้าวอาจเพิ่มสูงขึ้นไปอีก จากปัญหาการขาดแคลนน้ำ







