
พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2558
ในยุคที่พลังการขับเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงสภาวะเศรษฐกิจของโลก เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ทันสมัยด้วยเทคโนโลยี มีการสื่อสารและการรับรู้ทิศทางความเป็นไปอย่างทันใจต่อมวลมนุษยชาติ แน่นอนที่สุดครับ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ต่างก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พฤติกรรมของนักท่องเที่ยว นักเดินทางเปลี่ยนแปลงไปด้วย
ในยุคที่พลังการขับเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงสภาวะเศรษฐกิจของโลก เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ทันสมัยด้วยเทคโนโลยี มีการสื่อสารและการรับรู้ทิศทางความเป็นไปอย่างทันใจต่อมวลมนุษยชาติ แน่นอนที่สุดครับ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ต่างก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พฤติกรรมของนักท่องเที่ยว นักเดินทางเปลี่ยนแปลงไปด้วย
ในอนาคตอันไม่ไกลนี้ ผมเชื่อว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทยเรา จะต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายและยุทธศาสตร์ไปตามยุคตามสมัย ให้สอดคล้องกับความเป็นไปในการเปลี่ยนแปลงนี้เช่นเดียวกัน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงภาคประชาชน ไม่ว่าจะเป็นวิธีดำเนินธุรกิจ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งเก่าและใหม่ เครื่องไม้เครื่องมือทางเทคโนโลยีสารสนเทศ บุคลากรในภาคบริการ การใช้พลังงาน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ฯลฯ เป็นต้น
แต่อย่างไรก็ดี ในระยะสั้นผมเชื่อว่าเราน่าจะได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของโลก ที่มีแนวโน้มไม่ดีนักในปี 2558 โดยเฉพาะในประเทศคู่ค้าหลักทางด้านการท่องเที่ยวของไทย เช่น หลายประเทศในทวีปยุโรป หรือประเทศที่ยังมีปัญหาศึกนอกศึกในทางด้านความไม่สงบทางการเมือง เช่น หลายประเทศในตะวันออกกลาง จีน เกาหลีใต้ รัสเซีย ฯลฯ ซึ่งจะส่งผลให้นักเดินทางท่องเที่ยวที่ยังชื่นชอบเมืองไทยจากกลุ่มประเทศเหล่านี้ จะเดินทางเข้ามาบ้านเราน้อยลงไปกว่าที่ผ่านมา
แต่คงจะมีเข้ามาครับ ผมมั่นใจ แต่พวกเขาเหล่านี้จะมีพฤติกรรมการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังในทุกๆ ทางของการท่องเที่ยวในประเทศไทยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม อาทิ มีการสืบค้นอัตราที่พักราคาย่อมเยาแบบ on line กับสถานที่ต้องการพัก เช่น โรงแรม หรืออพาร์ตเมนต์โดยตรง โดยไม่ผ่านผู้ประกอบการ แนวโน้มในการเข้าพักโรงแรมระดับกลางๆ มีมากขึ้นกว่าโรงแรมระดับสูงหรือหรูหรา
มีการมัธยัสถ์ในด้านการเดินทาง ทั้งเครื่องบินและใช้ยานพาหนะรับจ้างสาธารณะในการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น แทนการใช้บริการของบริษัทนำเที่ยว ระยะเวลาการพำนักในแต่ละพื้นที่แต่ละครั้งจะสั้นลง แต่อาจจะมาถี่ขึ้นโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวในทวีปเอเชียเราเอง จะมีพฤติกรรมทานอาหารในร้านอาหารระดับกลางที่มีราคาย่อมเยามากขึ้น ซื้อเครื่องดื่มและของว่างจากร้านสะดวกซื้อถี่ขึ้น ไม่ใช้จ่ายซื้อของที่ระลึกมากนัก และมีการเข้าไปตรวจสุขภาพหรือรักษาหรือทำศัลยกรรมในโรงพยาบาลขนาดกลางมากขึ้น ฯลฯ เป็นต้น
เราคงต้องเตรียมพร้อมกันล่ะครับ ทุกธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จะต้องมีการดูแลค่าใช้จ่ายในองค์กรของตนเองให้ดีนะครับ โดยเฉพาะกระแสเงินสด การให้เครดิตกับพันธมิตรทางธุรกิจ การจัดซื้อข้าวของเครื่องใช้ และรายจ่ายทางด้านบุคลากรและพลังงาน เป็นต้น
ในขณะเดียวกัน ควรจะหารายได้เพิ่ม โดยใช้การพิจารณาว่าสถานประกอบการหรือธุรกิจของเรา ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร รถเช่า ร้านขายของที่ระลึก หรือธุรกิจในวงจรของการท่องเที่ยวแขนงอื่นๆ ว่ามีความเหมาะสมและสามารถดำเนินกิจการร่วมกับกลุ่มลูกค้าประเภทใดเพิ่มขึ้นได้บ้าง อาทิ นักท่องเที่ยวเชิงศาสนา (Spiritual Tourism) นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism) นักท่องเที่ยวเชิงผจญภัย (Adventure Tourism) นักท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) นักท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม (Cultural Tourism) หรือกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการการพักระยะยาว ซึ่งส่วนใหญ่มาจากโรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรม ที่มีแนวโน้มของการลงทุนในประเทศไทยมากขึ้นในปีหน้า
นอกจากนี้ ถ้าเป็นไปได้ ผู้ประกอบการธุรกิจควรจะรวมตัวหรือหาพันธมิตรธุรกิจในสาขาเดียวกัน เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการค้า การพยุงราคาสินค้าร่วมกัน การกระจายสินค้า การหาช่องทางการสื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้า เพื่อการประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอีกทางหนึ่งครับ
สิ่งที่ไม่ควรละเลย คือ กิจกรรมทางการตลาดกับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทั้งใหม่และที่มีอยู่แล้วครับ จะต้องกระทำอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2558 ทั้งหน่วยงานของรัฐหลายๆ หน่วยงานและภาคเอกชน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาควรจะต้องเป็นแม่งานและมีบทบาทสำคัญในการประสานงานกับกระทรวงอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข หรือกระทรวงต่างประเทศ เป็นต้น ทั้งในด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ กลยุทธ์ในการบริหารจัดการ ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ข่าวสารข้อมูลเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ แนวโน้มการลงทุนในประเทศ ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาชาวโลก ฯลฯ
ผมคิดว่า ไม่ว่าจำนวนและพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเข้าประเทศเราในปี 2558 จะเปลี่ยนแปลงไปในทางใด หากเราเตรียมตัวให้พร้อมมีการวางแผน มีการป้องกันที่ดี มีช่องทางการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ที่ฉับไวทันต่อเหตุการณ์ สถานการณ์ของธุรกิจท่องเที่ยวบ้านเราน่าจะพออยู่กันได้ครับ ผมเชื่อมั่นในศักยภาพของธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทย ทั้งในปัจจุบันและอนาคตครับ







