
ร่วมด้วยช่วยกัน
หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ายึดอำนาจและจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวเข้ามาบริหารประเทศ ก็ถูกคาดหวังจากประชาชนว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยที่ถูกพิษการเมืองทุบจนน่วมดีขึ้น
หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ายึดอำนาจและจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวเข้ามาบริหารประเทศ ก็ถูกคาดหวังจากประชาชนว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยที่ถูกพิษการเมืองทุบจนน่วมดีขึ้น
เกือบครึ่งปีที่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศ รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เศรษฐกิจดีขึ้น ไม่ว่าจะออกไปเรียกความเชื่อมั่น การทยอยแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าการลงทุน การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการสั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจล้างท่อ เพื่อให้เงินหมุนออกมาในตลาดเงินรวดเร็วมากขึ้น
แต่เหมือนความพยายามของรัฐบาลจะเป็นการเข็นครกขึ้นภูเขา เพราะหลายมาตรการที่ออกมาหวังว่าจะมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจกลายเป็นมุขแป้ก ทั้งเงินจำนำข้าว 9.2 หมื่นล้านบาท และการจ่ายเงินช่วยเหลือปัจจัยการผลิตแก่ชาวนาที่ปลูกข้าวไร่ละ 1,000 บาท เป็นเงินที่เริ่มทยอยจ่ายให้แก่ชาวนาทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา
การพยายามใช้การใช้จ่ายภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ ก็แทบจะไม่มีผลเป็นรูปธรรม เพราะหน่วยงานรัฐเบิกจ่ายเงินได้น้อยไม่เป็นไปตามเป้าหมาย การบริโภคหดตัวจากปัญหาหนี้ครัวเรือน และการส่งออกที่หดตัวเพราะขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง ทำให้การใช้กำลังการผลิตและการลงทุนภาคอุตสาหกรรมชะลอตัวลงไปด้วย
ปัญหาของเศรษฐกิจนี้ภาคเอกชนเห็นสัญญาณว่าจะต่อเนื่องยาวนานไปจนถึงปีหน้า จึงปรับตัวรับความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจกันยกใหญ่ แต่ภาครัฐเองไม่รู้ว่าได้ตระหนักถึงปัญหาและมองปัญหาไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่
ปัญหาเศรษฐกิจติดกับดักหนี้ครัวเรือน จนเกิดภาวะชะงักงันนั้น แก้ไขได้ แต่ทุกภาคส่วนของประเทศทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน จะต้องเห็นปัญหาไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นเอกภาพ ต้องวางแผนรับมือเพราะหวังพึ่งเศรษฐกิจต่างประเทศไม่ได้ ก็ต้องพึ่งการเติบโตภายในประเทศเอง
สิ่งที่ภาครัฐควรจะทำก็คือ เร่งล้างท่อเบิกจ่ายงบให้เป็นไปตามเป้าหมาย ไม่เดินทางไปดูงานต่างประเทศ หันมาจัดสัมมนาในประเทศ กำหนดวาระแห่งชาติซื้อของไทยใช้ของไทย เพื่อช่วยกันผลักดันการบริโภคในประเทศให้ฟื้นตัว
เรื่องเศรษฐกิจชะงักงันนั้น ไม่ใช่เรื่องเล็ก มีผลกระทบต่อทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนกลุ่มใดก็ตาม ดังนั้นการแก้ไขต้องอาศัยพลังขับเคลื่อนจากทุกภาคส่วน การให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาโดยลำพังไม่มีทางประสบความสำเร็จ







