posttoday

พิจิตรตั้งกลุ่มเลี้ยงกระบือถูกไถ่ชีวิต

30 ตุลาคม 2557

พิจิตร-ชาวบ้านตำบลโรงช้างตั้งกลุ่มเลี้ยงกระบือที่ได้จากการไถ่ชีวิตเพื่อเฉลิมพระเกียรติ และรักษาไว้ไม่ให้สูญพันธุ์

พิจิตร-ชาวบ้านตำบลโรงช้างตั้งกลุ่มเลี้ยงกระบือที่ได้จากการไถ่ชีวิตเพื่อเฉลิมพระเกียรติ และรักษาไว้ไม่ให้สูญพันธุ์

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. พระปลัดจักรกริช วัดท่าหลวง พระอารามหลวง จ.พิจิตร กล่าวถึงความคืบหน้าทำโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือ เฉลิมพระเกียรติที่ทำต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน โดยรับเงินบริจาคมาจากผู้มีจิตศรัทธา จากนั้นก็ไปไถ่ชีวิตโค-กระบือ จากโรงฆ่าสัตว์ ซึ่งปีหนึ่งๆมีเงินไถ่ชีวิตโคกระบือ ได้แค่เพียงปีละ 10-20 ตัวเพราะราคาปัจจุบันต้องมีอย่างน้อย 30,000 บาท จึงจะไถ่ชีวิตได้ ซึ่งโรงฆ่าสัตว์ในเขตพิจิตรจะฆ่าโคกระบือ เฉลี่ยวันละ 3 ตัว ดังนั้นจึงเป็นห่วงว่าถ้ามีแต่ผู้บริโภคแล้วไม่มีผู้อนุรักษ์อนาคตกระบือของไทยก็อาจจะสูญพันธุ์ ดังนั้น วัดท่าหลวงจึงได้ริเริ่มโครงการดังกล่าวขึ้นและทำต่อเนื่องมาโดยตลอด ซึ่ง 3 ปีที่ผ่านมาก็ไถ่ชีวิตโค-กระบือ ไปแล้วมากกว่า 30 ตัว

"มีหลายคนที่สงสัยว่าเมื่อไถ่ชีวิตมาแล้ว กระบือเหล่านี้เป็นอยู่สุขสบายตามเจตนาของผู้ทำบุญหรือเปล่า เพราะการที่นำกระบือไปแจกจ่ายให้เกษตรกรที่มีฐานะยากจนมีนิสัยดีไม่เล่นการพนัน ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยเฉพาะในเขตอ.เมือง และ ต.โรงช้างกว่า 10  ครอบครัว ที่ได้รับแจกโคกระบือ ไปเลี้ยงกว่า 20 ตัวผู้ที่ได้รับกระบือไปได้พาฝูงกระบือที่ได้รับมามาแสดงยืนยันให้ดูว่ากระบือเหล่านี้ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีเ พราะเป็นสัตว์ที่ได้มาจากโครงการเฉลิมพระเกียรติชาวบ้านทุกคนจึงใส่ใจดูแลและรับสัจจะว่าจะไม่ฆ่าจะไม่ขาย โค-กระบือเหล่านี้"พระปลัดจักรริช กล่าว

นายธูป ทองใบ ชาวต.โรงช้าง ที่เลี้ยงกระบือ 2 ตัว กล่าวว่า ตั้งกลุ่มเลี้ยงกระบือที่ได้รับมาจากโครงการไถ่โคกระบือซึ่งทุกครอบครัวเลี้ยงไว้เหมือนเป็นเพื่อนบ้านเอาไว้ให้แทะเล็มหญ้าตามหัวคันนาแทนการใช้สารเคมีซึ่งทุกคนตั้งใจเลี้ยงไว้ นอกจากนี้กระบือ 1 ตัว ก็สามารถนำมูลไปตากแห้งขายทำปุ๋ยมีรายได้เดือนละ 600 บาท ถึง 1,000 บาท ซึ่งมูลกระบือเป็นโรงงานผลิตปุ๋ยอย่างดี ทุกวันนี้กลุ่มผู้เลี้ยงกระบือที่ได้รับแจกมาต่างมีรายได้จากการขายปุ๋ยที่มาจากมูลกระบือ อีกทั้งนำเอามูล-กระบือ ไปใส่ในไม้ผลและใส่ในแปลงนาเป็นการลดต้นทุนการผลิตที่เป็นผลพวงมาจากการเลี้ยงกระบือดังกล่าว

นายวินัย  อ่อนนุ่ม ปศุสัตว์อำเภอเมืองพิจิตร กล่าวว่า กระบือที่มอบให้กับชาวบ้านต่างก็อ้วนท้วนสมบูรณ์ดี ยืนยันได้ว่าสุขกายสุขใจเพราะชาวบ้านกลุ่มนี้เลี้ยงแบบปล่อยกลางทุ่งไม่ได้ขังคอก กระบือจึงมีเสรีภาพในชีวิตประจำวัน อีกทั้งสำนักงานปศุสัตว์พิจิตร ก็มาตรวจสุขภาพให้เป็นประจำ ซึ่งในอนาคตกำลังวางโครงการว่าจะทำศูนย์อนุรักษ์ควายไทย เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรและเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชนต่อไป

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?