
"บิ๊กตู่"เยือนกัมพูชากระชับสัมพันธ์
นายกรัฐมนตรี บินเยือน กัมพูชา กระชับความสัมพันธ์ พร้อมลงนามเอ็มโอยู ขจัดค้ามนุษย์-เชื่อมทางรถไฟ-ท่องเที่ยว
นายกรัฐมนตรี บินเยือน กัมพูชา กระชับความสัมพันธ์ พร้อมลงนามเอ็มโอยู ขจัดค้ามนุษย์-เชื่อมทางรถไฟ-ท่องเที่ยว
วันที่ 30 ตค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคสช. พร้อมด้วย นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา และนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและคณะได้เดินทางเยือนราชอาณาจักรกัมพูชาอย่างเป็นทางการ ในระหว่างวันที่ 30 -31ตุลาคมเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับผู้นำกัมพูชาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นพร้อมร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาในระยะต่อไปรวมทั้งผลักดันความร่วมมือที่สำคัญและคั่งค้างให้มีความคืบหน้าซึ่งปัจจุบันความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา อยู่ในระดับที่ดี โดยที่ผ่านมาทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะแยกความเห็นที่ไม่ตรงกันออกจากความสัมพันธ์ทั่วไป
ส่วนภารกิจสำคัญในการเยือนครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา การเข้าร่วมพิธีต้อนรับ และหารือข้อราชการกับนาย ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา การร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) 3 ฉบับ การพบหารือกับภาคธุรกิจไทยในกัมพูชาและมอบนโยบายแก่ทีมประเทศไทย และเยี่ยมชม AEC Business Support Center เป็นต้น โดยบันทึกความเข้าใจทั้ง 3 ฉบับ ได้แก่ 1.บันทึกความเข้าใจระหว่างไทยและกัมพูชาว่าด้วยการขจัดการค้าเด็กและหญิงและการช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์
2.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟ และ 3.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว
พร้อมกันนี้ นางนราพร ยังจะไปเปิดภาควิชาภาษาไทยระดับปริญญาตรีพร้อมมอบอุปกรณ์การเรียนการสอนให้กับภาควิชาภาษาไทย ระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยพนมเปญด้วย
ทั้งนี้การเยือนราชอาณาจักรกัมพูชาในครั้งนี้ อยู่ในกำหนดการเยือนประเทศอาเซียนอย่างเป็นทางการในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ของนายกรัฐมนตรี และเป็นการเยือนประเทศที่ 2 ในอาเซียนต่อจากสหภาพเมียนมาร์ (เมื่อวันที่ 9-10 ตุลาคม 2557)เพื่อยืนยันว่าไทยให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับประเทศเพื่อนบ้าน และส่งเสริมความร่วมมือในอาเซียน







