
ร้องระงับถ.เขาใหญ่ มาร์คควานหาคนผิด
โพสต์ทูเดย์
— นายกฯ สั่งสอบทางหลวง–ป่าไม้ ตัดต้นไม้เขาใหญ่ ด้านเครือข่ายประชาชนพิทักษ์เขาใหญ่เล็งร้องศาลปกครองขอระงับขยายถนนเขาใหญ่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการก่อสร้างโครงการการขยายถนนธนะรัชต์เป็น 4 ช่องจราจรที่มีการตัดต้นไม้ขนาดใหญ่กว่า 100 ต้น ว่า ได้สั่งระงับโครงการดังกล่าวแล้ว เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีเรื่องไม่ถูกต้อง จะต้องมีผู้รับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยโครงการเป็นของกรมทางหลวงและดำเนินการโดยกรมป่าไม้ ร่วมกับองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.)
สำหรับการตัดต้นไม้ดังกล่าว เกิดขึ้นจากโครงการของกรมทางหลวง ที่แจ้งไปกรมป่าไม้ และดำเนินการโดยกรมป่าไม้ ร่วมกับองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.)
ด้าน ทพ.ศุภผล เอี่ยมเมธาวี ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนพิทักษ์เขาใหญ่ กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้เครือข่ายฯ จะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองจังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอให้มีคำสั่งระงับการก่อสร้างโครงการดังกล่าว เพราะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งผลให้โลกร้อนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งจะยื่นหนังสือคัดค้านต่อกรรมาธิการการสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาด้วย
“
เหตุผลที่แท้จริงของโครงการคือหากกรมทางหลวงขยายถนนขึ้นอุทยานเขาใหญ่ได้ ก็จะได้งบประมาณสร้างถนนขึ้นอุทยานแห่งชาติในจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศอีกหลายแห่ง และต้นไม้ริมถนนขึ้นอุทยานทั่วประเทศที่เป็นหัวใจของระบบนิเวศก็จะถูกตัดเป็นจำนวนมากเช่นกัน” ทพ.ศุภผล กล่าวทพ.ศุภผล กล่าวต่อว่า วันที่ 8 มิ.ย. เครือข่ายฯ ได้เชิญนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรฯ และคณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อมสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ลงพื้นที่ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง เพื่อดูข้อเท็จจริง และพิสูจน์ว่าไม้ที่ถูกตัดออกไปนั้นถูกนำไปเก็บไว้ที่ลับอย่างไร และมีนักการเมืองได้รับประโยชน์จริงหรือไม่ พร้อมจัดการเสวนา และจะยื่นหนังสือคัดค้านการก่อสร้างต่อกรรมาธิการสิ่งแวดล้อมสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาด้วย
ด้านนายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า การที่นายสมชัย เพียรสภาพร อธิบดีกรมป่าไม้ ระบุว่า กรมทางหลวงได้มีการตัดต้นไม้ในพื้นที่ขยายถนนธนะรัชต์ เส้นทางมุ่งสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และให้กรมป่าไม้แจ้งความดำเนินคดีแล้วนั้น เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง และอาจทำให้สังคมเข้าใจผิดได้ เนื่องจากกระบวนการตัดไม้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรมทางหลวง แต่เป็นหน้าที่ของทรัพยากรป่าไม้ จ.นครราชสีมา และองค์การอุตสาหกรรมการป่าไม้ (อ.อ.ป.) ซึ่งกรมทางหลวงได้แจ้งในเบื้องต้นแล้วว่า ไม่มีความประสงค์จะใช้ประโยชน์จากไม้ดังกล่าว แต่ทาง อ.อ.ป. แจ้งว่าต้องการนำไม้เหล่านั้นไปใช้ในอุตสาหกรรมป่าไม้ จึงเป็นผู้รับผิดชอบในการชักลากและตัดต้นไม้
นอกจากนี้ กรมทางหลวงได้ร่วมในการสำรวจบัญชีไม้ว่า มีจำนวนไม้ที่จะต้องเอาออกจากพื้นที่เขตทาง 128 ต้น และรับรู้ว่าเป็นไม้ชนิดใดบ้างและมีขนาดเท่าใด แต่การตัดไม้ไม่เกี่ยวกับกรมทางหลวง เพราะไม่มีเครื่องเลื่อยยนต์สำหรับตัดไม้ได้ด้านนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือสั่งการเป็นลายลักษณ์อักษรจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ระงับการก่อสร้างโครงการขยายถนนธนะรัชต์ และเห็นว่าโครงการนี้ก่อสร้างต่อไป เพราะเป็นประโยชน์โดยรวมต่อประชาชนมากกว่าผลเสีย หากหยุดการก่อสร้างจริงจะกระทบต่อการก่อสร้างถนนอีกหลายเส้นทางที่มีรอยต่อระหว่างอุทยานฯ และเขตป่าสงวนถนนธนะรัชต์ทั้งนี้ได้แจ้งให้นายกฯทราบว่า กระทรวงคมนาคมยินดีให้ฝ่ายต่างๆ ที่สงสัยเคลือบแคลงตั้งกรรมการเข้ามาตรวจสอบ เพราะยังมีโครงการอื่นๆ อีกมากมายที่อยู่ในแนวรอยต่อระหว่างอุทยาน และเขตป่าสงวน ถ้าโครงการนี้ดำเนินการไม่ได้ โครงการอื่นๆ ก็ดำเนินการไม่ได้เช่นกัน โดยยินดีให้มีการตรวจสอบความโปร่งใสในทุกโครงการ
"ผมยืนยันว่า การก่อสร้างขยายถนนสายนี้มีความจำเป็นมาก โดยเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ ประชาชนเดือดร้อน แต่มีคนเอาคำพูดผมไปขยายความว่า ประชาชนเขาไม่เห็นด้วย ไปสัมภาษณ์สวนทางกัน จริงๆ แล้วในจำนวนคน 100 คน จะให้เห็นด้วยทั้งหมดคงไม่ใช่ แต่คนที่กระทบส่วนใหญ่เขาเห็นด้วย
”นายสมชัย เพียรสภาพร อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขณะนี้กรมป่าไม้ เตรียมเอกสารหลักฐานยื่นฟ้องร้องกรมทางหลวงและองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) แล้ว และจะยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เพิ่มด้วย เพราะเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่ประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมต่อสู้และเรียกร้องให้เกิดความถูกต้องโปร่งใส







