posttoday
ไม่ระแวง แต่ต้องระวัง

ไม่ระแวง แต่ต้องระวัง

30 ตุลาคม 2557

การรู้เท่าทันผู้นำกัมพูชาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพื่อไม่ให้สูญเสียประโยชน์ของชาติ

โดย...ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์ อดีตผู้อำนวยการ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการจะเดินทางไปเยือนกัมพูชาในวันที่ 30-31 ต.ค. 2557 ตามคำเชิญของ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างการเยือนจะมีการลงนามในข้อตกลง 3 เรื่อง คือ การปราบปรามการค้ามนุษย์และช่วยเหลือ ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว และการเชื่อมทางรถไฟระหว่างสองประเทศ ซึ่งจะช่วยให้การส่งสินค้าของไทยสามารถลำเลียงโดยรถไฟไปถึงกรุงพนมเปญและเวียดนามได้สะดวกมากขึ้น ถือว่าเป็นอีกหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ของไทยและกัมพูชา

ประเทศที่มีพรมแดนทางบกและทางน้ำติดต่อกันเช่นนี้ ย่อมมีเรื่องทั้งบวกและลบในความสัมพันธ์ระหว่างกัน บางเรื่องก็จบไปแล้ว บางเรื่องก็ยังค้างคาใจกันอยู่ เราเคยให้ความช่วยเหลือคนเขมรนับแสนคนที่ลี้ภัยการสู้รบในประเทศมาอยู่ในศูนย์อพยพตลอดแนวชายแดนไทยหลายปี โดยไทยให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมดูแลผู้อพยพเขมรเหล่านี้อย่างดี จนกระทั่งส่งผู้อพยพเขมรกลับบ้านหลังสงครามยุติ แม้ว่าไทยยังน้ำตาตกจากการที่เราสูญเสียปราสาทให้กับเขมรและยังมีพื้นที่พิพาทชายแดนให้เขมรปี 2505

ส่วนปัญหาที่ยังค้างคากันอยู่จนถึงขณะนี้ เป็นเรื่องที่เขมรส่งเรื่องให้ศาลโลกตีความคำตัดสินของศาลในปี 2505 เพื่อหาทางเอาพื้นที่โดยรอบปราสาทไปเป็นของตน ล่าสุดเขมรขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่ฝ่ายเดียวของกัมพูชา ส่วนทางทะเลนั้นมีกรณีพิพาทในอ่าวไทยที่ยังตกลงกันไม่ได้ เพราะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาลด้านพลังงาน

ปัจจุบันมีการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกัน การค้าชายแดนเพิ่มขึ้น และไทยมีแผนจะเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษบางพื้นที่เพื่อส่งเสริมการค้าชายแดน คนไทยข้ามไปเที่ยวนครวัด นครธม ทำให้เขมรมีรายได้มากขึ้นจากการท่องเที่ยว ในขณะที่คนเขมรหลายแสนคนเข้ามาทำงานในประเทศไทย และส่งรายได้กลับไปช่วยครอบครัวในกัมพูชา เป็นที่น่าสังเกตว่า หลังการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีการปล่อยข่าวจากฝั่งเขมรจนทำให้แรงงานเขมรหลายหมื่นคนเดินทางกลับประเทศเพราะความกวาดกลัว ส่งผล กระทบอย่างมากต่อธุรกิจก่อสร้างของไทย

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาขึ้นๆ ลงๆ ความสัมพันธ์สองประเทศขึ้นสูงสุดในช่วงรัฐบาลทักษิณ-สมชาย- ยิ่งลักษณ์ ซึ่งมีผลประโยชน์ทั้งของชาติและส่วนตัวสอดคล้องกัน ถึงกระนั้นยังเกิดอุบัติเหตุที่มีการเผาสถานทูต เผาบริษัทร้านค้าของคนไทยที่ไปลงทุนในเขมร ส่วนสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์นั้นไม่ต้องพูดถึง ฮุนเซนได้แสดงออกชัดเจนในการร่วมมือกับกลุ่มทักษิณ-สมชาย ในการล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ให้ได้ ยอมให้กองกำลังชุดดำใช้กัมพูชาเป็นสถานที่ฝึกอาวุธ ทหารเขมรเป็นคนฝึกให้ ส่งอาวุธมาให้กองกำลังชุดดำก่อการร้ายในประเทศไทยจนก่อให้เกิดความ เสียหายทางทรัพย์สิน ทหารและประชาชนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก

ผู้นำเขมรยินยอมให้ผู้ก่อการร้ายไทยและผู้ต้องหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหนีไปซ่อนตัวอยู่ในกัมพูชา โดยทางการเขมรดูแลอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี เขมรสร้างสถานการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อดึงกำลังทหารไทยไม่ให้เข้ามาช่วยเหลือจัดการกับการก่อการร้าย ก่อการจลาจล ทำให้ทหารและประชาชนได้ ซึ่งเวลานั้นนายกรัฐมนตรีไทยและรัฐมนตรีมหาดไทยขณะนี้คงทราบดี

เมื่อเร็วๆ นี้ ตำรวจกัมพูชาขอความร่วมมือจากฝ่ายไทยในการจับกุมกลุ่มต่อต้านรัฐบาลกัมพูชา ที่เรียกว่า "แนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติขแมร์" (เคเอ็นแอลเอฟ)โดยมีหัวหน้าชื่อ ซอมเสรี ซึ่งหนีหมายจับศาลข้อหาวางระเบิดหน้าทำเนียบรัฐบาลในพนมเปญ มีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศเดนมาร์ก เขาส่งสมาชิกมายังประเทศไทยเพื่อหาทางแทรกซึมเข้าไปเคลื่อนไหวจัดตั้งสมาชิกในกัมพูชา แจกใบปลิวปลุกระดม ก่อเหตุร้าย ตำรวจเขมรอ้างว่า กลุ่มนี้วางแผนจะวางระเบิดในกัมพูชาด้วย ก่อนหน้านี้ตำรวจเขมรจับกุมสมาชิกเคเอ็นแอลเอฟได้ 10 คนที่บริเวณชายแดน และตำรวจไทยจับส่งให้อีก 4 คน อีกด้านหนึ่ง ขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูงจากเขมรพร้อมอาวุธบุกเข้ามาลักลอบตัดไม้ในไทย จนปะทะกับเจ้าหน้าที่ไทยและโดนยิงได้รับบาดเจ็บไปหลายราย เขมรยังมีหน้าประท้วงทางการไทยว่าไปยิงคนของเขาอีก

แม้ว่าเป็นการเปิดหน้าใหม่ของประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศภายใต้รัฐบาลทหารชุดนี้ แต่เราต้องถือเอาประวัติศาสตร์เป็นบทเรียนในการดำเนินความสัมพันธ์กับประเทศนี้ เพราะ "ประวัติศาสตร์ คือ ปัจจุบันและอนาคต"เราต้องเข้าใจท่าทีของผู้นำรัฐบาลกัมพูชาที่มีเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองแพรวพราว เหตุผลประการหนึ่งที่ผู้นำกัมพูชาปรับเปลี่ยนท่าทีขณะนี้ เพราะหวังพึ่งกลุ่มทุนการเมืองไทยที่สูญเสียอำนาจต่อไปอีกไม่ได้แล้ว และไม่ต้องการมีปัญหากับรัฐบาลทหารของไทย ที่สำคัญกว่านั้นคือ เขาต้องการความ ร่วมมือจากรัฐบาลไทยในการพัฒนาแหล่งพลังงานในอ่าวไทย เพราะนั่นหมายถึงว่า จะทำให้กัมพูชาพัฒนาทางเศรษฐกิจอีกมากจากการที่สามารถนำพลังงานมาใช้ได้ ส่วนตัวและครอบครัวก็จะได้ผลประโยชน์จากกลุ่มทุนอเมริกัน

แม้ครองอำนาจมานานกว่า 26 ปี แต่เสถียรภาพทางการเมืองของฮุนเซนก็ถูกท้าทายจากพรรคฝ่ายค้านนำโดย สม รังสี ที่ผลการเลือกตั้งครั้งหลังสุดก่อให้เกิดความวิตกกังวลต่อฮุนเซนไม่น้อย อีกทั้งลูกพี่เก่าเช่นเวียดนาม ก็ชักไม่พอใจที่ฮุนเซนเข้าไปเล่น "ไพ่จีน" ที่มาลงทุนขนาดใหญ่ในกัมพูชา อเมริกาก็ชักไม่พอใจและอาจหนุน สมรังสีมากขึ้น ยกเว้นจะให้สัมปทานน้ำมันแก่อเมริกา ฮุนเซนจึงต้องเร่งหาคะแนนนิยมในหมู่ประชาชนเขมรเพื่อครองอำนาจต่อไปก่อนผ่องถ่ายให้กับนายพลฮุนมาเนต บุตรชาย

เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ฮุนเซนจึงขอร้องให้นักการเมืองไทยที่ลี้ภัยไปอยู่เขมรออกจากประเทศอย่างเงียบๆ ซึ่งปัจจุบันไปสุมหัวกันอยู่ที่ฝรั่งเศส อย่างไรก็ดีมีอีกเรื่องหนึ่งที่ฮุนเซนสามารถทำได้ง่ายที่สุดในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ คือ การจับตัวคนที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เช่น เอกภพ เหลือราและคนอื่นที่ไปหลบซ่อนอยู่ในกัมพูชาส่งคืนให้ทางการไทย ซึ่งจะเป็นเครดิตของผู้นำไทยด้วย แต่ถ้าปล่อยให้หลบหนีไปหรือไม่ยอมส่งคืน ก็แสดงว่าผู้นำกัมพูชายังไม่มีความจริงใจกับไทย

การส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านเช่นกัมพูชาเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อลดปัญหาทางด้านนี้ แต่การรู้เท่าทันผู้นำกัมพูชาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพื่อไม่ให้สูญเสียประโยชน์ของชาติ ผู้นำไทยเป็นคนเก่งอยู่แล้ว การเดินหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์ เราไม่ได้เขียนให้ท่าน "ระแวง" แต่ควร "ระวัง" ไว้บ้าง เมื่อโอบกอดข้างหน้า ก็ควรระวังหลังของเราไว้ด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท