
เอ็นจีโอบุกสธ.ขอยุติขัดแย้งกองทุน30บาท
รมว.สาธารณสุข ยันความเห็นต่างเรื่องกองทุนสปสช.มีทางออก เชื่อจบที่บอร์ด
รมว.สาธารณสุข ยันความเห็นต่างเรื่องกองทุนสปสช.มีทางออก เชื่อจบที่บอร์ด
วันที่ 30 ต.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ชมรมคนรักหลักประกันสุขภาพ กว่า 50 คน ได้เดินทางมายังสธ. เพื่อเข้าพบ และยื่นหนังสือให้กับ ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สธ. และประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ดสปสช.) ให้เป็นผู้ยุติความขัดแย้งระหว่าง สธ. และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในเรื่องการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 3 เดือน
น.ส.สุรีรัตน์ ตรีมรรคา ผู้ประสานงานกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ เปิดเผยว่า กังวลกับข้อเสนอของสธ. ที่จะให้ยุบกองทุนย่อยของสปสช. จาก 9 กลุ่ม ให้เหลือ 4 กลุ่ม รวมถึงยุบกองทุนบริหารจัดการโรคเฉพาะ ซึ่งจะส่งผลกระทบกับผู้ป่วยไต มะเร็ง และฮีโมฟีเลีย ทำให้ผู้ป่วยได้รับการบริการที่มีคุณภาพไม่ดีเท่าเดิม รวมถึงยังมีการเพิ่มความขัดแย้งมากขึ้นจากผู้บริหารสธ. เพื่อไม่ให้ฟังการชี้แจงสปสช. จึงอยากให้รมว.สธ. เป็นผู้รับประกันว่าจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในระบบประกันสุขภาพ และให้ประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด
ขณะที่นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ และบอร์ดสปสช. กล่าวว่า ข่าวความขัดแย้งทำให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยในกลุ่มโรคต่างๆ ใจหาย และยังทำให้กลไกคณะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพระดับเขต (อปสข.) ของสปสช. ซึ่งทำหน้าที่ส่วนหนึ่งในการจัดสรรเงินกองทุนฯ ลงพื้นที่ทำงานลำบาก เพราะเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ไม่กล้าเข้าประชุม หรือแสดงความคิดเห็นใดๆ เนื่องจากมีคำสั่งมาว่า การเจรจายังไม่ยุติ เพราะฉะนั้นจึงอยากให้ รมว.สธ. เร่งแก้ปัญหาโดยเร็ว
ขณะเดียวกัน อยากให้รมว.สธ. ในฐานะประธานบอร์ดสปสช. เข้าไปช่วยติดตามปัญหาการหักเงินเดือนเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ซึ่งมีการหารือกันในบอร์ดสปสช.ว่า สปสช.หักเงินโรงพยาบาลผิดพลาด จนมีการติดลบหลายโรงพยาบาลว่าปัญหาเกิดจากอะไร
ด้าน ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สธ. กล่าวว่า ระบบประกันสุขภาพที่เดินหน้ามานานกว่า 10 ปี ได้สร้างระบบปฐมภูมิ ทุติยภูมิ รวมถึงเพิ่มสิทธิประโยชน์เป็นระยะ ทำให้เกิดความเข้มแข็งให้ประชาชนได้ประโยชน์มากขึ้น ส่วนกลไกทางการเงิน ซึ่งมีความเห็นแตกต่าง เห็นว่าเป็นความคิดของผู้ให้บริการที่ต้องการพัฒนาระบบบริการให้ดีขึ้น โดยจะนำข้อมูลที่เห็นต่างกันทั้งหมด ไปพูดคุยกันในอนุกรรมการพัฒนาระบบการเงินการคลัง บอร์ดสปสช. เพื่อหาข้อดีข้อเสียว่า หากเป็นแบบเดิม ประชาชนจะได้อะไร หรือถ้าเปลี่ยน ประชาชนจะได้อะไรที่ดีขึ้นบ้าง โดยทั้งหมดจะจบภายใน 2 เดือนว่าจะแก้ไขอย่างไร และได้เร่งรัดผ่านไปยังนายคณิศ แสงสุพรรณ ประธานอนุกรรมการฯ เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ได้คำตอบก่อนขึ้นไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2558
ส่วนปัญหาการทำงานในพื้นที่ รมว.สธ. กล่าวว่า จะนำไปหารือกับ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดสธ. เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาในพื้นที่ต่อไป ซึ่งเรื่องดังกล่าว น่าจะหาข้อยุติได้ ไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่
ศ.นพ.รัชตะ ยังได้กล่าวถึงปัญหาการเลิกจ้าง นพ.สุวัช เซียศิริวัฒนา ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ว่าฝ่ายการเมืองไม่ได้เข้าเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องของคณะกรรมการอภ. เป็นผู้พิจารณา โดยสธ.จะดูแลในเชิงนโยบายเท่านั้น







